ทั้งหมดนี้ มีอัธยาศัยในวัฏฏะ เกิดในเทวโลก ๖ ชั้น ตั้งแต่ต้น
ชำระจิตให้สะอาดในเทวโลกนั่นแหละ แล้วจึงตั้งอยู่ในอกนิฏฐภพ จึงจักปริ-
นิพพาน ชนเหล่านี้ พระองค์มิได้ทรงถือเอาในที่นี้ ก็ชนเหล่านี้พระองค์มิได้
ทรงถือเอาเท่านั้นก็หาไม่ พระโสดาบันองค์ใด บังเกิดในมนุษยโลกทั้งหลาย
ท่องเที่ยวไปแล้วในมนุษยโลกนั่นแหละสิ้น ๗ ครั้ง แล้วจึงบรรลุพระอรหันต์
ก็ดี พระโสดาบันองค์ใดบังเกิดในเทวโลกทั้งหลายท่องเที่ยวไป ๆ มา ๆ ใน
เทวโลกนั่นแหละสิ้น ๗ ครั้ง แล้วบรรลุพระอรหันต์ ก็ดี พระโสดาบันแม้
เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็มิได้ทรงถือเอา.
แต่ว่าพึงทราบว่า ในที่นี้พระองค์ทรงถือเอาพระโสดาบัน ที่ชื่อว่า
สัตตักขัตตุปรมะ กับโกลังโกละ ด้วยสามารถแห่งภพอันเจือกัน และ พระ-
โสดาบันผู้บังเกิดในภพของมนุษย์เท่านั้นที่ชื่อว่า เอกพีชี.
ในพระโสดาบันเหล่านั้น องค์หนึ่ง ๆ ย่อมถึงภาวะ ๔ อย่าง ด้วย
สามารถแห่งทุกขาปฏิปทา เป็นต้น . ว่าด้วยสัทธธุระ พระโสดาบันมี ๑๒
จำพวก คือ. ชื่อว่าสัตตักขัตตุปรมะ จำพวก ชื่อว่าโกลังโกละ ๔ จำพวก
ชื่อว่า เอกพีชี ๔ จำพวก. ว่าด้วยปัญญาธุระ ก็ถ้าพระโสดาบันพึงอาจยัง
โลกุตตรธรรมให้เกิดด้วยปัญญา กระทำปัญญาให้เป็นธุระอย่างนี้ว่า เราจักให้
โลกุตตรธรรมเกิดขึ้น แม้บรรลุเป็นพระโสดาบันผู้ชื่อว่า สัตตักขัตตุปรมะเป็น
ต้น ด้วยอำนาจปฏิปทา ๔ อย่าง ก็เป็นพระโสดาบัน ๑๒ จำพวก เหมือนกัน
นั่นแหละ ฉะนั้นพระโสดาบันทั้ง ๒๔ จำพวกเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบว่า พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้วในฐานะนี้ ด้วยสามารถแห่งพระอริยะผู้เข้าไปเพ่ง
ธรรมอันตั้งอยู่ ด้วยศรัทธา หรือ ปัญญา ในที่นี้นั่นเทียว.
จบอรรถกถาเอกพีชีบุคคล