Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 246

เล่ม มมร. 79 หน้า 246 ข้อ 57
องค์ใดไปสู่อกนิฏฐภูมินั่นแหละ จากสุทัสสีเทวโลกนี้แล้ว จึงปรินิพพาน องค์นี้ชื่อว่า นอุทฺธํโสโตอกนิฏฺคามี ซึ่งแปลว่า ผู้ไม่มีกระแสใน เบื้องบน แต่ไปสู่อกนิฏฐภูมิ. ก็องค์ใดดำรงอยู่ ในเทวโลกทั้ง ๔ เบื้องต่ำย่อมปรินิพพานในที่นั้น ๆ นั่นแหละ องค์นี้ชื่อว่า นอุทฺธํโสโต นอกนิฏฺคามี แปลว่า ผู้ไม่มีกระแส ในเบื้องบนและไม่ไปสู่อกนิฏฐภูมิ. เพราะฉะนั้นเมื่อรวมพระอนาคามีเหล่านั้น จึงมี ๔๘ จำพวก ด้วย ประการฉะนี้. ถามว่า พระอนาคามี มี ๔๘ จำพวก เป็นไฉน ? ตอบว่า ในอวิหาภูมิก่อน พระอนาคามีผู้เป็นอันตรายปรินิพพายี ๓ จำพวก ผู้เป็นอุปหัจจปรินิพพายี ๑ จำพวก ผู้เป็นอุทธังโสโต ๑ จำพวก, พระ- อนาคามีเหล่านั้นรวมเป็น ๑๐ จำพวก คือ เป็นอสังขารปรินิพพายี ๕ จำพวก เป็นสสังขารปรินิพพายี ๕ จำพวก, ในอตัปปา สุทัสสา และสุทัสสีภูมิ ก็ เหมือนกัน คือ มี ๘ ภูมิ ๆ ละ ๑๐ จำพวก รวมเป็น ๔๐ จำพวก, แต่พระ อนาคามีผู้ชื่อว่า อุทธังโสโต ไม่มีในชั้นอกนิฏฐภูมิ มีแต่พระอนาคามีผู้ชื่อว่า อันตรายปรินิพพายี ๓ จำพวก อุปหัจจปรินิพพายี ๑ จำพวก พระอนาคามี เหล่านั้นเป็น ๘ จำพวก คือ เป็นอสังขารปรินิพพายี ๔ จำพวก เป็นสสังขาร. ปรินิพพายี ๔ จำพวก จึงรวมเป็นพระอนาคามี ๔๘ จำพวก ด้วยประการ ฉะนี้. พระอนาคามีเหล่านั้นทั้งปวง อันบัณฑิตแสดงเปรียบเทียบแล้วด้วย ประกายไฟที่เกิดจากเหล็ก ดังอุทาหรณ์ต่อไปนี้. เหมือนอย่างว่า เมื่อช่างเหล็กตีอยู่ซึ่งปลายเหล็กแหลม ของมีดพับและ มีดตัดเล็บที่ร้อนตลอดวันที่แท่งเหล็ก ประกายไฟเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ฉันใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka