พระอนาคามีที่เห็นปานนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่า อันตราปรินิพพายี พวกที่
๑ ฉันนั้น. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะกิเลสดับไปไม่เหลือ ใน
ลำดับที่เกิดขึ้นนั้นแหละ.
เมื่อช่างเหล็กตีอยู่ซึ่งปลายเหล็กแหลมเป็นต้นที่ร้อนตลอดวัน อันใหญ่
กว่านั้น ที่แท่งเหล็ก ประกายไฟก็พุ่งขึ้นสู่อากาศแล้วก็ดับไป ฉันใด พระ-
อนาคามีที่เห็นปานนี้พึงทราบว่าชื่อว่า อันตรายปรินิพพายี พวกที่ ๒ ฉันนั้น.
ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะท่านมีอายุยังไม่ถึงท่ามกลางก็
ปรินิพพาน.
เมื่อช่างเหล็กตีอยู่ซึ่งปลายเหล็กแหลมเป็นต้นที่ร้อนตลอดวัน อันใหญ่
กว่านั้น (หมายถึงใหญ่ขึ้นไปตามลำดับ) ที่แท่งเหล็ก ประกายไฟพุ่งขึ้นสู่
อากาศแล้ววกกลับลงมาสู่พื้นดินแต่ยังมิทันกระทบก็ดับไป ฉันใด พระอนาคามี
ที่เห็นปานนี้พึงทราบว่า ชื่อว่า อันตราปรินิพพายี พวกที่ ๓ ฉันนั้น. ถามว่า
เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะถึงท่ามกลางแห่งอายุแล้ว ยังไม่ใกล้จะทำ
กาลกิริยา ก็ปรินิพพาน.
เมื่อช่างเหล็กตีอยู่ซึ่งปลายเหล็กแหลมเป็นต้นที่ร้อนตลอดวัน อันใหญ่
กว่านั้นที่แท่งเหล็ก ประกายไฟพุ่งขึ้นสู่อากาศแล้วตกลงยังพื้นดินแต่พอกระทบ
กับพื้นดินแล้วก็ดับไป ฉันใด พระอนาคามีเห็นปานนี้พึงทราบว่าชื่อว่า อุปหัจจ-
ปรินิพพายี ฉันนั้น. ถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะเข้าใกล้การ
กระทำกาลกิริยาแล้ว ได้ยังความเป็นไปแห่งอายุให้สิ้นไปแล้ว จึงปรินิพพาน.
เมื่อช่างเหล็กตีอยู่ซึ่งปลายเหล็ก แหลมเป็นต้น ที่ร้อนตลอดวัน อัน
ใหญ่กว่านั้นที่แท่งเหล็ก สะเก็ดไฟกระเด็นตกไปที่หญ้า หรือที่ไม้เล็กน้อยแล้ว
ก็เผาหญ้าหรือไม้เล็กน้อยแล้วก็ดับไป ฉันใด พระอนาคามีที่เห็นปานนี้พึงทราบ