[๗๓] ๑. สุวจบุคคล บุคคลผู้ว่าง่าย เป็นไฉน ?
ความเป็นผู้ว่าง่าย ในข้อนั้น เป็นไฉน ? กิริยาที่ว่าง่าย ภาวะที่ว่า
ง่าย ความเป็นผู้ว่าง่าย ความเป็นผู้ถือเอาโดยไม่ปฏิกูล ความเป็นผู้ยินดี โดย
ไม่เป็นข้าศึก ความเอื้อเฟื้อ ความเคารพ ความเชื่อฟัง ในเมื่อสหธรรมมิก
ว่ากล่าวอยู่. บุคคลนี้เรียกว่า ผู้ว่าง่าย.
๒. กัลยาณมิตตบุคคล บุคคลผู้มีมิตรดี เป็นไฉน ?
ความเป็นผู้มีมิตรดี ในข้อนั้น เป็นไฉน ? บุคคลเหล่าใดมีศรัทธา
มีศีล เป็นพหูสูต มีการบริจาค มีปัญญา การเสวนะ การซ่องเสพ การคบ
การคบหา การคบหาพร้อม การภักดี การภักดีด้วย ความเป็นผู้คบหาสมาคม
บุคคลเหล่านั้น นี้เรียกว่า ความเป็นผู้มีมิตรดี. บุคคลผู้ประกอบแล้วด้วยความ
เป็นผู้มีมิตรดี นี้ชื่อว่า เป็นผู้มีมิตรดี.
[๗๔] ๑. อินทรียคุตตทวารบุคคล บุคคลมีทวารอันคุ้มครอง
แล้วในอินทรีย์ทั้งหลายเป็นไฉน ?
ความเป็นผู้มีทวารอันคุ้มครองแล้วในอินทรีย์ทั้งหลาย ในข้อนั้นเป็น
ไฉน ? บุคคลในโลกนี้เห็นรูปด้วยตา เป็นผู้ไม่ถือเอาซึ่งนิมิต เป็นผู้ไม่ถือ
เอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอันลามก คือ อภิชฌาและโทมนัส พึง
ซ่านไปตามบุคคลผู้ไม่สำรวมอินทรีย์คือจักษุนี้อยู่ เพราะการไม่สำรวมอินทรีย์
คือจักษุใดเป็นเหตุ ย่อมปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์คือจักษุนั้น ย่อมรักษา
อินทรีย์คือจักษุ ย่อมถึงความสำรวม อินทรีย์คือจักษุ ฟังเสียงด้วยหู ฯลฯ
สูดกลิ่นด้วยจมูก ฯลฯ ลิ้มรสด้วยลิ้น ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ฯลฯ
รู้ธรรมารมณ์ด้วยใจ ไม่เป็นผู้ถือเอาซึ่งอนุพยัญชนะ อกุศลธรรมทั้งหลายอัน