Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 288

เล่ม มมร. 79 หน้า 288 ข้อ 88
ในคำนี้ว่า "อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วา" ลาภ ท่านประสงค์เอาว่า "อา- มิส" คือสิ่งของต่าง ๆ. คำว่า "กิญฺจิกฺขํ" ได้แก่ สินจ้างใด ๆ ก็ตามที่มีประมาณเล็กน้อย อธิบายว่า เพราะเหตุแห่งสินจ้างมีประมาณเล็กน้อย โดยที่สุดมี นกกระทา, นกคุ่ม, ก้อนเนยใสและก้อนเนยข้นเป็นต้น สองบทว่า "สมฺปชานมุสาภาสิตา โหติ" ความว่า กระทำการ กล่าวมุสาวาททั้งที่รู้อยู่นั่นแหละ. สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่าน เรียกว่าคูถภาณี คือ ผู้มีวาทะเหมือนคูถ เพราะมีวาจาเช่นกับด้วยคูถ (อุจจาระ) ท่านอธิบายไว้ว่า เหมือนอย่างว่า ขึ้นชื่อว่าคูถย่อมไม่เป็นที่ชอบใจแก่มหาชน ฉันใด, คำพูดของบุคคลผู้กล่าวเท็จนี้ ก็ย่อมไม่เป็นที่ชอบใจแก่เทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกัน. สองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ คือ ผู้เห็นปานนี้ ท่าน เรียกว่า ปุบผภาณี คือ ผู้มีวาจาเหมือนดอกไม้. เหมือนอย่างว่า ดอกมะลิทั้ง หลาย ทั้งที่กำลังตูมหรือกำลังบาน ย่อมเป็นที่รักใคร่เป็นที่ปรารถนาของมหาชน ฉันใด, วาจาของบุคคลผู้นี้ก็ย่อมเป็นที่ชอบใจรักใคร่ของเทวดาและมนุษย์ทั้ง หลาย ฉันนั้นเหมือนกัน. โทโส คือ โทษ ท่านเรียกว่า เอลํ ซึ่งแปลว่า ความชั่ว ในคำว่า "เนลา" วิเคราะห์ว่า โทษของวาจานั้นไม่มี เพราะฉะนั้น วาจานั้นจึงเรียกว่า เนลา แปลว่า วาจาไม่มีโทษ. อธิบายว่า หมดโทษ ดุจโทษที่ท่านกล่าวไว้ใน คำนี้ว่า "เนลงฺโค เสตปจฺฉาโท๑" ดังนี้. ๑. ขุ.อุ. ๒๕/ข้อ ๑๕๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka