Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 337

เล่ม มมร. 79 หน้า 337 ข้อ 108
๓. บุคคลผู้เนยยะ เป็นไฉน ? การบรรลุมรรคและผลเป็นชั้น ๆ ไป ย่อมมีแก่บุคคลใด โดยเหตุ อย่างนี้ คือ โดยอุเทศ โดยไต่ถาม โดยทำไว้ในใจโดยแยบตาย โดยสมาคม โดยคบหา โดยสนิทสนมกันกับกัลยาณมิตร บุคคลนี้เรียกว่า บุคคลผู้เนยยะ. ๔. บุคคลผู้ปทปรมะ เป็นไฉน ? บุคคลใด ฟังพุทธพจน์ก็มาก กล่าวก็มาก จำทรงไว้ก็มาก บอกสอน ก็มาก แต่ไม่มีการบรรลุมรรคผลในชาตินั้น บุคคลนี้เรียกว่า บุคคลผู้ปท- ปรมะ. อรรถกถาบุคคล ผู้อุคฆฏิตัญญู เป็นต้น การยกญาณ คือปัญญาขึ้น ชื่อว่า อุคฺฆฏิตํ ซึ่งแปลว่า มีปัญญาอัน เฉียบแหลม ในคำว่า อุคฺฆฏิตญฺญู นี้. อธิบายว่า ย่อมรู้ธรรมเพียงสักว่า อัน ท่านยกหัวข้อขึ้นแสดงเท่านั้นด้วยญาณ. ข้อว่า "สห อุทาหฏเวลาย" ได้แก่ ในการนำหัวข้อมาตั้งไว้ คือ ในขณะสักว่า นำอุเทศนาตั้งไว้เท่านั้น. บทว่า "ธมฺมาภิสมโย" ได้แก่ การตรัสรู้สัจธรรมทั้ง ๔ พร้อม ด้วยญาณ คือ ปัญญา. ลองบทว่า "อยํ วุจฺจติ" ความว่า บุคคลนี้ เป็นผู้สามารถส่งญาณ คือ ปัญญาไปตามกระแสแห่งพระธรรมเทศนา ตามที่ท่านตั้งบทมาติกาโดยย่อ มีนัยเป็นต้นว่า "จตฺตาโร สติปฏฺานา" แล้วจึงถือเอาพระอรหัตได้ ท่าน จึงเรียกผู้นี้ว่า อุคฆฏิตัญญู ซึ่งแปลว่า ผู้เฉียบแหลม เพียงยกหัวข้อธรรม ขึ้นแสดงเท่านั้นก็รู้ทันที.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka