การแก่การล้อมรั้ว และเพื่อต้องการแก่การปูลาด ณ ที่ยัญญภูมิ. สองบทว่า
"ทิฏฺเว ธมฺเม" ได้แก่ ในอัตภาพนี้นั่นแหละ.
ตัณหา ท่านเรียกว่า ฉาตํ แปลว่า ความหิว ความกระหาย ความ
อยาก ในคำนี้ว่า นิจฺฉาโต ตัณหา คือความกระหายนั้นของบุคคลใดไม่มี
เพราะเหตุนั้นบุคคลนั้นจึงชื่อว่า นิจฺฉาโต ผู้ไม่มีตัณหาคือความกระหาย. ชื่อ
ว่า ผู้ดับสนิทแล้วเพราะกิเลสทั้งหมดดับไปแล้ว. ผู้ใด เป็นผู้เยือกเย็นเกิดขึ้น
เพราะความไม่มีกิเลสเป็นเครื่องให้เร่าร้อนในภายใน เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นจึง
ชื่อว่า สีติภูโต คือ ผู้เย็นแล้ว. ผู้ใดเสวยพร้อมเฉพาะซึ่งความสุขอันเกิดแต่
ฌาน มรรค ผล และพระนิพพาน เพราะเหตุนั้น ผู้นั้นจึงชื่อว่า สุขปฏิสํเวที
คือ ผู้เสวยพร้อมเฉพาะซึ่งความสุข.
สองบทว่า "พฺรหฺมภูเตน อตฺตนา" แปลว่า มีคนประเสริฐที่สุด.
ก็เพื่อจะแสดงบุคคลผู้ประเสริฐที่สุดนี้ จำเดิมแต่กาลอุบัติขึ้นแห่งพระพุทธเจ้า
พระองค์จึงตรัสคำว่า "อิธ ตถาคโต" เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า
"ตถาคโต" บัณฑิตพึงทำการวินิจฉัยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ทรงพระนาม
ว่า ตถาคต ด้วยเหตุ ๘ ประการคือ
(๑) ตถา อาคโตติ ตถาคโต พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาแล้ว
อย่างนั้นคือ เสด็จมาอย่างพระพุทธเจ้า เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงทรงพระ
นามว่า ตถาคต.
(๒) ตถา คโตติ ตถาคโต พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปอย่างนั้น
เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่า ตถาคต.
(๓) ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต. พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จ
มาสู่ลักษณะอย่างนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่า ตถาคต.