Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 395

เล่ม มมร. 79 หน้า 395 ข้อ 135
บุคคลใด ย่อมยังบุคคลอื่นให้เดือดร้อน เพราะเหตุนั้น บุคคลนั้น จึงชื่อว่า ปรนฺตโป ผู้ยังบุคคลอื่นให้เดือดร้อน การประกอบความเพียรเพื่อ ยังบุคคลอื่นให้เดือดร้อนชื่อว่า ปรปริตาปนานุโยค. พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า โอรพฺภิกา (ผู้ฆ่าแพะ) เป็นต้น แพะหรือ แกะท่านเรียกว่า อุรพฺภา บุคคลใดย่อมฆ่าแพะหรือแกะ เพราะเหตุนั้น บุคคล นั้นจึงชื่อว่า โอรพฺภิโก ผู้ฆ่าแพะหรือแกะ. แม้ในคำว่า ผู้ฆ่าช้างเป็นต้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า "ลุทฺโท" แปลว่า นายพราน ได้แก่ ผู้ทารุณ ผู้ กักขฬะ (ดุร้าย). บทว่า "มจฺฉาฆาฏโก" แปลว่า ชาวประมง ผู้จับปลา. บทว่า "พนฺธนาคาริโก" แปลว่า ผู้รักษาเรือนจำ. บทว่า "กุรูรกมฺมนฺตา" แปลว่า ผู้มีการงานอันหยาบ. บทว่า "มุทฺธาภิสิตฺโต" ได้แก่ ผู้อภิเษกบน ศีรษะโดยการอภิเษกเป็นกษัตริย์. สองบทว่า "ปุรตฺถิเมน นครสฺส" ได้แก่ ในทิศตะวันออกแห่งพระนคร. บทว่า "สนฺถาคารํ" ได้แก่ โรงยัญ. สองบทว่า "ขุราชินํ นิวาเสตฺวา" ได้แก่ นุ่งห่มหนังเสือพร้อมทั้ง เล็บ. บทว่า "สปฺปิเตเลน" ได้แก่ เนยใส และน้ำมัน ก็ยกเว้นเนยใสเสีย แล้ว ยางเหนียวอย่างใดอย่างหนึ่งที่เหลือ ท่านเรียกว่า เตลํ น้ำมัน. บทว่า "กณฺฑุวมาโน" ได้แก่ เพราะตนตัดเล็บเสีย จึงเอายางเหนียวเกาหลังในเวลา ที่ควรเกา. บทว่า "อนนฺตรหิตาย" ได้แก่ เขามิได้ลาดเครื่องลาดไว้. บทว่า "สรูปวจฺฉาย" ได้แก่ ลูกโคที่เหมือนแม่โค. อธิบายว่า ได้แก่ ลูกโคที่มีรูป อย่างนี้ คือ ถ้าแม่โคขาว ลูกโคก็ขาวเทียว ถ้าแม่โคเหลืองหรือแดง แม้ลูกโค ก็เป็นเช่นนั้น. ข้อว่า "โส เอวมาห" ได้แก่ พระราชานั้น ตรัสอย่างนี้. บทว่า "วจฺฉรา" ได้แก่ ลูกโคหนุ่มที่มีกำลังก้าวล่วงความเป็นลูกโคอ่อน. แม้ ในลูกโคตัวเมีย ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า "ปริหึสตฺถาย" ได้แก่ เพื่อต้อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka