Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 79 หน้าที่ 451

เล่ม มมร. 79 หน้า 451 ข้อ 149
๒. บุคคล ผู้เป็นปัญญาวิมุต เป็นไฉน ? ๓. บุคคล ผู้เป็นกายสักขี เป็นไฉน ? ๔. บุคคล ผู้เป็นทิฏฐิปัตตะ เป็นไฉน ? ๕. บุคคล ผู้เป็นสัทธาวิมุต เป็นไฉน ? ๖. บุคคล ผู้เป็นธัมมานุสารี เป็นไฉน ? ๗. บุคคล ผู้เป็นสัทธานุสารี เป็นไฉน ? สัทธินทรีย์ของบุคคลใด ผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผลมี ประมาณยิ่ง อบรมอริยมรรคมีศรัทธาเป็นตัวนำ มีศรัทธาเป็นประธาน บุคคล นี้เรียกว่า ผู้เป็นสัทธานุสารี. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้วซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่า สัทธานุสารี ผู้ตั้งอยู่แล้วในผล ชื่อว่า สัทธาวิมุต ด้วยประการ ดังนี้แล. จบบุคคล ๗ จำพวก อรรถกถาสัตตกนิทเทส อธิบายบุคคล ๗ จำพวก ข้อว่า "สกึ นิมุคฺโค" ความว่า บุคคลบางคน จมลงแล้วสิ้นวาระ หนึ่ง. บทว่า "เอกนฺตกาฬเกหิ" ได้แก่ ด้วยธรรม คือ นิยตมิจฉาทิฏฐิ ทั้งหลาย คือ นัตถิกวาทะและอกิริยวาทะ อันดำอย่างเดียวเท่านั้น. ข้อว่า "เอวํ ปุคฺคโล" ความว่า บุคคลจมลงสิ้นวาระหนึ่งด้วยเหตุนี้ คือ ด้วยนิยตมิจฉา- ทิฏฐินี้ แล้วก็จมอยู่อย่างนั้น นั่นแหละ. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า "ก็ชื่อว่า การออกจากภพของนิยตมิจฉาทิฏฐินั้น ย่อมไม่มี" เชื้อไฟ คือ สัตว์นรกทั้ง หลาย มีอยู่ในภายใต้นั่นแหละ เหมือนศาสดาทั้งหลายมีมักขลิโคศาล เป็นต้น. ข้อว่า "สาหุ สทฺธา กุสเลสุ ธมฺเมสุ" ความว่า ย่อมโผล่ขึ้นในกุศลธรรม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka