ในข้อว่า อญฺตฺร สงฺฆาฏิยา เป็นต้น มีความว่า กฐินที่กราน
ด้วยผ้าลาดเป็นต้น ซึ่งเป็นผ้าอื่น นอกจากผ้าสังฆาฏิ ผ้าอุตราสงค์ และผ้า
อันตรวาสก ไม่เป็นอันกราน.
ข้อว่า อญฺตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา มีความว่า
กฐินที่กรานด้วยผ้าที่ทำเป็น ๕ ขัณฑ์ หรือเกินกว่า ๕ ขัณฑ์ แสดงมหามณฑล
และอัฑฒมณฑลเท่านั้น จึงใช้ได้. ด้วยว่า เมื่อทำอย่างนั้น จีวรเป็นอันทำได้
มณฑล เว้นจีวรนั้นเสีย กฐินที่กรานด้วยผ้าอื่นที่ไม่ได้ตัด หรือด้วยผ้าที่มี
ขัณฑ์ ๒ มีขัณฑ์ ๓ มีขัณฑ์ ๔ ใช้ไม่ได้.
ข้อว่า อญฺตฺร ปุคฺคลสฺส อตฺถารา มีความว่า กฐิน ไม่เป็น
อันกราน ด้วยการกรานของสงฆ์ หรือของคณะอื่น เพราะเว้นการกรานของ
บุคคลเสีย.
ข้อว่า นิสีมฎฺโ อนุโมทติ มีความว่า ภิกษุผู้อยู่ภายนอก
อุปจารสีมาอนุโมทนา.
บทว่า อหเตน คือ ด้วยผ้าที่ยังไม่ได้ใช้.
บทว่า อหตกปฺเปน คือ ด้วยผ้าเทียมใหม่ คือที่ซักแล้ว ครั้ง
เดียวหรือ ๒ ครั้ง.
บทว่า ปิโลติกาย คือ ด้วยผ้าเก่า.
บทว่า ปํสุกูเลน คือ ด้วยผ้าบังสุกุลที่เกิดในเขต ๒๓ ในกุรุนที
และมหาปัจจรี แก้ว่า ได้แก่ ด้วยจีวรที่ภิกษุผู้ถือบังสุกุลทำด้วยผ้าที่คนเที่ยว
ขอได้มา.
บทว่า อาปณเกน มีความว่า ทายกเก็บผ้าเก่าที่ตกตามประตูร้าน
ตลาด ถวายเพื่อประโยชน์แก่กฐิน กฐินที่กรานแล้วแม้ด้วยผ้านั้นย่อมใช้ได้