Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 7 หน้าที่ 237

เล่ม มมร. 7 หน้า 237 ข้อ 127
บทที่เหลือพึงทราบโดยความแผกจากที่กล่าวแล้ว. แต่ในที่นี้ ใน อรรถกถามากหลาย ได้กล่าวคำเป็นต้นว่า ธรรมเท่าไรย่อมเกิดพร้อมกับการ กรานกฐิน คำนั้นทั้งหมด พระธรรมสังคาหกาจารย์ทั้งหลาย ได้ยกขึ้นสู่บาลี ในคัมภีร์บริวารไว้แล้วแล; เพราะฉะนั้น พึงทราบตามนัยที่มาแล้วในคัมภีร์ บริวารนั้นเถิด. เพราะว่าข้อความไร ๆ แห่งการกรานกฐินจะเสียหายไป เพราะ ไม่กล่าวคำนั้นไว้ในที่นี้ก็หามิได้. ว่าด้วยการรื้อกฐิน๑ พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการกรานกฐินอย่างนี้แล้ว บัดนี้ จะทรงแสดงการรื้อ จึงตรัสคำว่า กถญฺจ ภิกฺขเว อุพฺภตํ โหติ กินํ เป็นต้น แปลว่า ภิกษุทั้งหลาย ก็กฐินจะเป็นอันรื้ออย่างไร ? วินิจฉัยในคำนั้น พึงทราบดังนี้:- มาติกา นั้น ได้แก่ หัวข้อ อธิบายว่า แม่บท. จริงอยู่ หัวข้อ ๘ นั้น ยังการรื้อกฐินให้เกิด. ใน มาติกา เหล่านั้น ที่ชื่อว่า ปักกมนันติกา เพราะมีความ หลีกไปเป็นทีสุด. ถึงมาติกาที่เหลือ ก็พึงทราบอย่างนี้. บทว่า น ปจฺเจสฺสํ มีความว่า เราจักไม่มาอีก. ก็ในการรื้อกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุดนี้ จีวรปลิโพธขาดก่อน อาวาส ปลิโพธขาดทีหลัง จริงอยู่ เมื่อภิกษุหลีกไปเสียอย่างนั้น จีวรปลิโพธย่อม ขาดในภายในสีนาทีเดียว, อาวาสปลิโพธิ ขาดในเมื่อล่วงสีมาไป. อันที่จริง ถึงในคัมภีร์บริวาร ท่านก็กล่าวว่า:- ๑. กฐินุทฺธาร การเดาะกฐิน ก็ว่า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka