มีการวิสัชนาเช่นกับยมกต้นนั้น เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึง
ทรงย่อไว้ เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน แม้ในมูลทั้งหลาย
มีเวทนาขันธ์เป็นมูลเป็นต้น การวิสัชนาเป็นอย่างเดียวกัน ด้วยคำว่า
อามนฺตา =ใช่ เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
วิสัชนายมก ๑๐ อย่างแล้ว ด้วยการวิสัชนายมกหนึ่ง ๆ ในอนุโลมนัย
ในบุคลวาระ ในปัจจุบันกาล เหล่านี้อย่างนี้ว่า ยมกเหล่านั้นทรง
ย่อไว้เพื่อความง่ายแห่งภาษาที่เป็นแบบแผน.
ในอนุโลมนัย ในวาระทั้ง ๓ ในปัจจุบันกาล มียมก ๓๐ อย่าง
คือ ในบุคคลวาระมี ๑๐ อย่าง ในโอกาสวาระ ๑๐ อย่าง ในปุคค-
โลกาสวาระ ๑๐ อย่าง ฉันใด แม้ในปฏิโลมนัยก็มี ๓๐ ฉันนั้น จึง
รวมเป็นยมกะ ๖๐ อย่าง ในปัจจุบันกาลทั้งหมด.
ในยมกะ ๖๐ อย่างนั้น พึงทราบว่า มีปุจฉา ๑๒๐ มีอรรถ ๒๔๐.
วาระทั้ง ๖ พึงทราบว่า มียมกะ ๖๐ เพราะกระทำให้เป็น ๑๐
ในวาระหนึ่ง ๆ รวมกับยมกะ ๓๐๐ ในก่อน จึงเป็นยมกะ ๓๖๐ ปุจฉา
๗๒๐ อรรถ ๑,๔๔๐ นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในอุปปาทวาระก่อน
ก็ในอุปปาทะวาระฉันใด พึงทราบว่าแม้ในนิโรธวาระ แม้ในอุปปาท-
นิโรธวาระก็อย่างนั้น ในปวัตติมหาวาระ แม้ทั้งหมดจึงมียมกะ ๑,๐๘๐
ปุจฉา ๒,๑๖๐ อรรถ ๔,๓๒๐.
แต่พระบาลีในอุปปาทวาระและนิโรธวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงวิสัชนาย่อไว้แล้วซึ่งยมกหนึ่ง ๆ เท่านั้น ในวาระนั้น ๆ ในประเภท