แห่งกาลที่ไม่ปะปนกัน ๓ อย่าง ในประเภทแห่งกาลที่ปะปนกัน ๓ อย่าง
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงวิสัชนายมกอย่างหนึ่ง แม้ในมูลที่มีเวทนาขันธ์
เป็นมูลเป็นต้น โดยเป็นต้นว่า ยสฺส เวทนากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ
ตสฺส สญฺากฺขนฺโธ อุปฺปชฺชิตฺถ=เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคล
ใด สัญญาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลนั้นใช่ไหม ? ก็ในอุปปาทะนิโรธ
วาระพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงวิสัชนายมกแม้นั้นไว้ในประเภทแห่งกาล
แม้ทั้ง ๖ พึงทราบว่ายมกที่เหลือทรงย่อไว้ เพราะยมกเหล่านั้นพระองค์
ทรงวิสัชนาให้เสมอกันกับยมกนั้น นี้เป็นการกำหนดพระบาลีในปวัตติ
มหาวาระแม้ทั้งสิ้น.
ก็เพื่อวินิจฉัยเนื้อความแห่งขันธยมกนี้ พึงทราบลักษณะดังต่อ
ไปนี้ บัณฑิตพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่าง ใน
ปวัตติมหาวาระนี้ที่ท่านใส่ไว้ในคำวิสัชนา ๕ อย่าง ในฐานะ ๒๗ ใน
อรรถวินิจฉัยนั้น ชื่อปัญหา ๔ อย่าง คือ ปุเรปัญหา ปัจฉาปัญหา
ปริปุณณปัญหา โมฆะปัญหา ก็ยมกหนึ่ง ๆ มีปุจฉา ๒ อย่าง (คือ
อนุโลมและปฏิโลม ) แม้ปุจฉาหนึ่ง ๆ ก็มีบท ๒ อย่าง ( คือสันนิฏฐาน
และสังสยะ ).
ในปัญหา ๔ อย่างนั้น ในการวิสัชนาซึ่งปัญหาใด ย่อมได้การ
เกิดขึ้นหรือการดับไปแห่งขันธ์ที่ถือเอาด้วยบทเพียงบทเดียว ปัญหานี้
ชื่อว่า ปุเรปัญหา.