ขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในขณะนั้นนั่นแหละ สองบทว่า อสญฺ-
สตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ = ได้แก่ เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภพด้วยอำนาจปฏิสนธิที่ไม่ใช่จิต บทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺ-
ปชฺชติ = ได้แก่รูปขันธ์กำลังเกิดเพียงอย่างเดียวแก่อสัญญสัตว์นั้น ก็
รูปขันธ์ของอสัญญสัตว์ผู้เกิดแล้วในปวัตติกาล ย่อมเกิดบ้าง ย่อมดับ
บ้าง เพราะเหตุนั้น จึงไม่ตรัสว่า อสญฺสตฺตานํ =๑ เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ แต่ตรัสว่า อสญฺสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ = เกิดอยู่
คือกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺ-
ปชฺชติ = แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ได้แก่
เวทนาขันธ์ของอสัญญสัตว์เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด เพราะความที่แห่ง
อสัญญสัตว์นั้นไม่มีจิต นี้เป็นการวิสัชนาโดยการแสดง โดยสรูปใน
ปุริมโกฏฐาสแห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะที่ ๑ ในบรรดาฐานะ ๒๗
อย่าง.
สองบทว่า ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ = กำลังเกิดในปัญจ-
โวการภูมิ ได้แก่ เข้าถึงอยู่ซึ่งปัญจโวการภพด้วยอำนาจแห่งการปฏิ-
สนธิที่เจือด้วยรูปและอรูป หลายบทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ
เวทนากฺขนฺโธ จ อุปปชฺชติ = เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่า
๑. คำว่า เกิดอยู่ หมายความทั้งกำลังเกิดและกำลังตาย คำว่า อสญฺสตฺตานํ
ในยมกะนี้ จึงมีความหมายว่า กำลังเกิด-กำลังตาย