Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 282

เล่ม มมร. 82 หน้า 282 ข้อ 272
นั้น ได้แก่ ขันธ์แม้สอง กล่าวคือ รูปและเวทนา ย่อมเกิดขึ้นนั่น เที่ยวแก่สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงซึ่งปัญจโวการภพเหล่านั้นโดยแน่นอน แต่ ว่าในปวัตติกาล ขันธ์ ๒ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นบ้าง ย่อมดับบ้างแก่ สัตว์ผู้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า ปุญฺจ- โวการานํ =เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่ตรัสว่า ปญฺจโวการํ อุปฺ- ปชฺชนฺตานํ = กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ นี้เป็นการวิสัชนาด้วย การแสดงโดยสรุป ในปัจฉิมโกฏฐาส แห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะว่า ปญฺจโวการํ อุปฺปชฺชนฺตานํ พึงทราบการวิสัชนาทั้งหมดโดยอุบายนี้ ก็นี้เป็นนิยมลักษณะในการเกิด และการดับนี้ ก็ในขันธยมกนี้แม้ทั้งสิ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุปปาทวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งการเกิดขึ้น ในปฏิสนธิกาลนั้นเที่ยวว่า การไม่ลูบคลำ ( คือไม่ทรงแสดง ) ซึ่งการ เกิดและการดับในปวัตติกาลว่า ก็ในขันธยมกนี้ แม้ทั้งสิ้น เมื่อสัตว์ ทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วในปัญจโวการภพนั้น ๆ เมื่อการเกิดขึ้นและการดับ อันไม่มีที่สุดแห่งขันธ์ ๕ แม้มีอยู่ในปวัตติกาลจนกระทั่งตาย การทำ การแยกธรรมทั้งหลายที่เป็นไปโดยเร็ว เพื่อแสดงการเกิดและการดับ ไม่ใช่ทำได้โดยง่าย ดังนี้แล้วจึงทรงแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลาย ในปฏิสนธิของสัตว์ผู้เกิดแล้วด้วยกรรมต่าง ๆ อันยังวิปากวัฏฏ์ใหม่ ๆ ให้สำเร็จ เป็นการทำได้ง่าย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิโรธวาระด้วย อำนาจการดับในมรณะกาลว่า " ก็การแสดงการดับ ในกาลเป็นที่สิ้น สุดลงแห่งวิปากวัฏฏ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นการทำได้ง่าย" ก็ความไม่ลูบคลำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka