แก่การถามด้วยอำนาจยมก. ภายหลังจึงกล่าวพาหิรรูปายตนะ (อายตนะ
ที่เป็นรูปภายนอก ) ทั้งหลาย. ในที่สุดจึงกล่าวมนายตนะและธัมมา-
ยตนะทั้งหลาย.
นัยวาระทั้งหลาย ๔ คือ ปทโสธนวาระ ปทโสธนมูลจักกวาระ
สุทธายตนวาระ สุทธายตนมูลจักกวาระ ย่อมมีด้วยอำนาจแห่งอายตนะ
ทั้งหลายเหล่านี้ในที่นี้ ด้วยอำนาจแห่งขันธ์นั่นเทียวในภายหลัง. ก็ใน
อายตนยมกนี้ วาระหนึ่ง ๆ ย่อมมี ๒ อย่างนั่นเทียว ด้วยอำนาจอนุโลม
และปฏิโลม. เนื้อความแห่งวาระเหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่
กล่าวแล้วในขันธยมกนั้นนั่นแหละ.
บัณฑิตพึงทราบอุทเทสวาระ แห่งปัณณัตติวาระที่ประกอบด้วย
ยมก ๕๗๖ อย่าง การถาม ๑,๑๕๒ อย่าง และอรรถ ๒,๓๐๔ อย่าง
ในอายตนยมกนี้ อย่างนี้คือ ก็ในอนุโลมวาระ แห่งปทโสธนวาระ
ในขันธยมก ยมก ๕ อย่าง มีอาทิว่า รูปํ รูปกฺขนฺโธ รูปกฺขนฺโธ
รูปํ ดังนี้ ย่อมมีฉันใด ในอายตนยมกนี้ ยมก ๑๒ อย่าง มีอาทิว่า
จกฺขุํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขฺวายตนํ จกฺขุํ ย่อมมีฉันนั้น. แม้ในปฏิโลม
วาระ ก็มียมก ๑๒ อย่าง มีอาทิว่า น จกฺขุํ น จกฺขฺวายตนํ
น จกฺขฺวายตนํ น จกฺขุํ. แต่ในอนุโลมวาระนี้ แห่งปทโสธนมูลจักการะ
มียมก ๑๓๒ อย่าง เพราะทำมูลแห่งอายตนะหนึ่ง ๆ ให้เป็น ๑๑ อย่าง ๆ
แม้ในปฏิโลมวาระ ก็มี ๑๓๒ อย่างนั่นเทียว. ในอนุโลมวาระ แม้แห่ง