จิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่มัคคสัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่ง
ปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึง
ความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่
ใช่กำลังดับ และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกข-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ก็ดี บุคคลที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังตายก็ดีใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกขสัจจะกำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนจิตของ
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคย
รู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับ และ
ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูล จบ