Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 1262

เล่ม มมร. 82 หน้า 1262 ข้อ 1220
ชำระบทหนึ่ง ๆ ในสุทธิกวาระ รูปํ ขนฺโธ, ขนฺโธ รูปํ, จกฺขุํ อายตนํ, อายตนํ จกฺขุํ เพราะในขันธยมกเป็นต้น ทรงประสงค์ เอาขันธ์อันประเสริฐ มีรูปเป็นต้น อายตนะอันประเสริฐ มีจักขุเป็นต้น ฉันใดในสังขารยมกนี้ ไม่มีเนื้อความว่า กาโย สงฺขาโร สงฺขาโร กาโย ฉันนั้น ส่วนเนื้อความอันหนึ่งว่า กาโยสงฺขาโร ย่อมได้ด้วย บท ๒ บท คือกายและสังขาร พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสว่า กาโย สงฺขาโร สงฺขาโร กาโย เพราะไม่มีเนื้อความว่า อัสสาสะ หรือ ปัสสาสะ ด้วยอำนาจการชำระบทหนึ่ง ๆ ในสุทธิกวาระ แต่พึงตรัสว่า กาโย กายสงฺขาโร เป็นบทต้น แม้คำว่า กาโย กายสงฺขาโร ย่อมไม่สมควรด้วยบทของกาย วจี และจิต เพราะความที่แห่งสังขาร ทั้งหลายที่ท่านประสงค์เอาแล้ว ท่านไม่ถือเอาในที่นี้ นี้เป็นสุทธสังขาร- วาระ อธิบายว่า ก็ในการชำระบท แม้เว้นจากเนื้อความการกล่าวย่อม ไม่สมควร นัยนั้นท่านถือเอาแล้วในสุทธสังขารวาระ แต่ในปทโสธน- วาระนี้ ยมก ๖ อย่างย่อมสมควร เพราะกระทำมูลแห่งสังขารหนึ่ง ๆ คือ กายสงฺขาโร วจีสงฺขาโร, วจีสงฺขาโร กายสงฺขาโร เป็นต้น. ให้เป็นสอง เพราะความที่แห่งกายสังขารเป็นอย่างหนึ่งจากวจีสังขาร คือคนละอย่างกับวจีสังขาร เป็นต้น วจีสังขารเป็นอย่างหนึ่งจากจิตต- สังขารเป็นต้น และจิตตสังขารเป็นอย่างหนึ่งจากสังขารเป็นต้น ใน ยมก ๖ อย่างเหล่านั้น ย่อมได้ ๓ อย่างเท่านั้น เพราะ นับ แล้วไม่นับอีก ( อคฺคหิตคฺคหเณน ) เพราะเหตุนั้น จึงตรัส
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka