ก็ใน ปวัตติวาระ ในสังขารยมกนี้ ในอนุโลมนัยแห่งปุคคล-
วาระในปัจจุบันกาล ยมก ๓ อย่างเท่านั้น คือ ยมกที่มีกายสังขาร
เป็นมูล ๒ อย่าง ที่มีวจีสังขารเป็นมูล ๑ อย่าง ย่อมได้ในคำถามว่า
กายสังขารกำลังเกิดขึ้นแก่บุคคลใด วจีสังขารก็กำลังเกิดขึ้นแก่
บุคคลนั้น หรือ ดังนี้ ยมก ๓ อย่างนั้น ท่านถือเอาแล้ว แม้ใน
ปฏิโลมนัยก็ดี ในวาระทั้งหลายมีโอกาสวาระเป็นต้นก็ดี แห่งปวัตติวาระ
นั้น ก็มีนัยนี้ พึงทราบการนับยมกด้วยอำนาจยมก ๓ อย่างในวาระ
ทั้งปวงในปวัตติวาระอย่างนี้.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระนี้ พึงทราบลักษณะนี้
ดังต่อไปนี้.
ก็ในสังขารยมกนี้ ประเภทแห่งกาลมีปัจจุบันกาลเป็นต้น พึง
ถือเอาด้วยอำนาจปวัตติกาล ด้วยคำเป็นต้นว่า " ในอุปาทะขณะแห่ง
ลมอัสสาสะปัสสาสะ, ในอุปาทะขณะแห่งการเกิดขึ้นแห่งวิตก
วิจาร " ดังนี้ ไม่พึงถือเอาด้วยอำนาจจุติและปฏิสนธิกาล พึงถือเอา
ด้วยอำนาจแห่งปฏิวัตติกาลด้วยคำเป็นต้นว่า กายสังขารกำลังเกิดขึ้น
ในที่นั้น คือ ในทุติยฌาน ตติยฌาน แม้ในจตุตถฌาน ( ภูมิ )
พึงทราบว่าท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจโอกาสวาระ พึงทราบวินิจฉัยแห่ง
เนื้อความด้วยอำนาจแห่งลักษณะที่ได้นั้น ๆ ในปวัตติวาระนี้ ด้วย
ประการฉะนี้.