Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 1265

เล่ม มมร. 82 หน้า 1265 ข้อ 1220
พึงทราบนัยมุขในปวัตติวาระนั้นดังต่อไปนี้ คำว่า เว้นวิตก วิจาร ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจทุติยฌาน และตติยฌาน บทว่า เตสํ ได้แก่ ความพร้อมเพรียงแห่งทุติยฌานและตติยฌานของบุคคลเหล่านั้น บทว่า กามาวจรานํ ได้แก่ สัตว์ผู้เกิดแล้วในกามาวจรภูมิ แต่ว่า ลมอัสสาสะ ปัสสาสะ ย่อมไม่มีแก่เทวดาในรูปาวจรภูมิ รูปนั่นแหละ ย่อมไม่มีแม้แก่เทวดาในอรูปาวจรภูมิ. คำว่า เว้น ลมอัสสาสะ ปัสสาสะ ดังนี้ ท่านกล่าวหมาย เอาการเกิดขึ้นแห่งวิตกวิจารของสัตว์ผู้เกิดแล้วในรูปภพและอรูปภพ. คำว่า ในปฐมฌาน ในกามาวจร ดังนี้ ได้แก่ในปฐมฌาน ที่เกิดขึ้นแล้วในกามาวจรภูมิ ก็ปฐมฌาน ในกามาวจรภูมินี้ ท่านถือ เอาด้วยอำนายมรรคอันเลิศ (อรหัตมรรค) หาถือเอาด้วยอำนาจอัปปนา ไม่ เพราะว่าหมวดสองแห่งสังขารนี้ย่อมเกิดขึ้นในจิตที่เป็นไปกับด้วย วิตกวิจาร แม้ที่ยังไม่ถึงอัปปนา. คำนี้ว่า ในภังคขณะแห่งจิต ท่านกล่าวไว้แล้ว เพราะความ ที่แห่งกายสังขารมีจิตเป็นสมุฏฐานแน่นอน เพราะจิตเมื่อเกิดอยู่นั่น- แหละย่อมยังรูปหรืออรูปให้เกิดขึ้น เมื่อดับอยู่ย่อมไม่ยังรูปหรืออรูปให้ เกิดขึ้น. คำว่า ครั้นเมื่อจิตดวงที่สองแห่งสุทธาวาสพรหมเป็นไปอยู่ ได้แก่ ภวังคจิต อันเป็นจิตดวงที่สองนับแต่ปฏิสนธิจิต คำนั้นท่าน กล่าวแล้วเพื่อแสดงว่า ภวังคจิตนั้น แม้เมื่อปฏิสนธิจิตเป็นไปอยู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka