ไม่เคยเกิดขั้นแล้วแก่พรหมในสุทธาวาสภูมินั้น แม้ก็จริง แต่วิบากจิต
ที่ไม่ปะปนกันย่อมเป็นตลอดกาลเพียงไร ชื่อว่า ไม่เคยเกิดขึ้น
ตลอดกาลเพียงนั้นนั่นแหละ, พรหมเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วยวิบากจิต
ของฌานใด วิบากจิตของฌานนั้น เมื่อเกิดอยู่ แม้โดยร้อย ( ครั้ง )
บ้าง แม้โดยพัน ( ครั้ง ) บ้าง ชื่อว่า ปฐมจิต นั่นแหละ, หมายถึง
ภวังค์ที่เกิดต่อจากปฏิสนธิจิต.
ส่วน อาวัชชจิต ในภวนิกันติ ( ชวนะ ) ไม่เป็นเช่นกับ
ด้วยวิบากจิต ( เพราะอาวัชชจิตเป็นกิริยาจิต ) ชื่อว่า ทุติยจิต
พึงทราบว่า คำว่า ทุติยจิต นั้น ท่านกล่าวหมายเอา อาวัชชนจิต
นั้น.
คำว่า แห่งบุคคลผู้พร้อมเพียงด้วยปัจฉิมจิต ได้แก่ พระ-
ขีณาสพผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่ไม่เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิ อันเป็นจิตดวง
สุดท้ายแห่งจิตทั้งปวง.
คำว่า ซึ่งปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร นี้ ท่านกล่าวแล้ว
ด้วยอำนาจจุติจิตที่ประกอบด้วยทุติยฌานของรูปาวจรบุคคล และด้วย
อำนาจจุติจิตที่ประกอบด้วยจตุตถฌานของรูปาวจรบุคคล บทว่า เตสํ
ได้แก่ ความพร้อมเพรียงแห่งปัจฉิมจิตเป็นต้น ของบุคคลเหล่านั้น.
ท่านให้คำตอบรับว่า ถูกแล้ว ( ใช่ ) เพราะความดับไปใน
ขณะหนึ่ง ๆ ของกายสังขารพร้อมกับจิตตสังขารโดยแน่นอน มิได้ตอบ
รับรองเพราะการดับแห่งจิตตสังขารพร้อมกับกายสังขาร.