Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 82 หน้าที่ 1266

เล่ม มมร. 82 หน้า 1266 ข้อ 1220
ไม่เคยเกิดขั้นแล้วแก่พรหมในสุทธาวาสภูมินั้น แม้ก็จริง แต่วิบากจิต ที่ไม่ปะปนกันย่อมเป็นตลอดกาลเพียงไร ชื่อว่า ไม่เคยเกิดขึ้น ตลอดกาลเพียงนั้นนั่นแหละ, พรหมเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้วด้วยวิบากจิต ของฌานใด วิบากจิตของฌานนั้น เมื่อเกิดอยู่ แม้โดยร้อย ( ครั้ง ) บ้าง แม้โดยพัน ( ครั้ง ) บ้าง ชื่อว่า ปฐมจิต นั่นแหละ, หมายถึง ภวังค์ที่เกิดต่อจากปฏิสนธิจิต. ส่วน อาวัชชจิต ในภวนิกันติ ( ชวนะ ) ไม่เป็นเช่นกับ ด้วยวิบากจิต ( เพราะอาวัชชจิตเป็นกิริยาจิต ) ชื่อว่า ทุติยจิต พึงทราบว่า คำว่า ทุติยจิต นั้น ท่านกล่าวหมายเอา อาวัชชนจิต นั้น. คำว่า แห่งบุคคลผู้พร้อมเพียงด้วยปัจฉิมจิต ได้แก่ พระ- ขีณาสพผู้พร้อมเพรียงด้วยจิตที่ไม่เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิ อันเป็นจิตดวง สุดท้ายแห่งจิตทั้งปวง. คำว่า ซึ่งปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร นี้ ท่านกล่าวแล้ว ด้วยอำนาจจุติจิตที่ประกอบด้วยทุติยฌานของรูปาวจรบุคคล และด้วย อำนาจจุติจิตที่ประกอบด้วยจตุตถฌานของรูปาวจรบุคคล บทว่า เตสํ ได้แก่ ความพร้อมเพรียงแห่งปัจฉิมจิตเป็นต้น ของบุคคลเหล่านั้น. ท่านให้คำตอบรับว่า ถูกแล้ว ( ใช่ ) เพราะความดับไปใน ขณะหนึ่ง ๆ ของกายสังขารพร้อมกับจิตตสังขารโดยแน่นอน มิได้ตอบ รับรองเพราะการดับแห่งจิตตสังขารพร้อมกับกายสังขาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka