บุคคลที่มีโสมนัสสะ แต่เป็นอเหตุกบุคคลกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตและเป็นสัทธาวิปปยุตในปวัต-
ติกาลก็ดี โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัทธินทรีย์
ไม่ใช่กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลมีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งจิตที่เป็นโสมนัสสสัมปยุตและที่เป็นสัทธาสัมปยุตใน
ปวัตติกาลก็ดี, โสมนัสสินทรีย์กำลังเกิด และสัทธินทรีย์ก็กำลังเกิด
แก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่าสัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสมนัสสินทรีย์ก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
สเหตุกบุคคล เว้นโสมนัสสะเสียแล้วกำลังเกิดอยู่ก็ดี ในอุปปาท-
ขณะแห่งจิตที่เป็นสัทธาสัมปยุตและที่เป็นโสมนัสสวิปยุตในปวัตติกาล
ก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่
กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสมนัสสะกำลังเกิดอยู่ก็ดี ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ที่เป็นสัทธาสัมปยุตและโสมนัสสัมปยุตในปวัตติ-
กาลก็ดี สัทธินทรีย์กำลังเกิด และโสมนัสสินทรีย์ก็กำลังเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ โสมนัสสินทริยมละ สัทธินทริยมูลี