Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 84 หน้าที่ 1133

เล่ม มมร. 84 หน้า 1133 ข้อ 1454
ยากตะด้วย แม้ที่เหลือ เหตุนั้นท่านจึงแสตงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดง เหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละ โดยส่วนเดียว กุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะ อันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทม- นัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำ ให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำ ให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้นท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำ ให้เจริญ ) ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อม- เพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ในบุคคล ทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถ ตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละ โทมนัสสินทรีย์แล้ว. บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะ ความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้ บัณฑิตพึง ทราบเนื้อความในคำวิสัชชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอิตทริยยมก จบ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka