นิสสยปัจจัยนี้ ธรรมที่เหลือหาได้ไม่. ปกตูปนิสสยะ ก็คือปกตูปนิสสย-
ปัจจัยนั่นเอง.
ปุเรชาตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งปุเรชาตปัจจัยของตน ย่อมถึงความ
เป็นปัจจัยอีกหลายอย่าง โดยอาการ ๘ อีก คือ อารัมมณปัจจัย อารัมมณา-
ธิปติปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสปัจจัย อินทริยปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย. นี้เป็นการแสดงปัจจัยที่มากที่สุด แต่ใน
อารัมมณปุเรชาตปัจจัย ย่อมไม่ได้นิสสยปัจจัย อินทริยปัจจัย และวิปป-
ยุตตปัจจัย. พึงทราบปัจจัยที่ได้หรือไม่ได้ ยิ่งไปกว่านี้.
ปัจฉาชาตปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งปัจฉาชาตปัจจัยของตน ย่อมถึง
ความเป็นปัจจัยหลายอย่าง ด้วยอาการ ๓ อีก คือ วิปปยุตตปัจจัย อัตถิ-
ปัจจัยและอวิคตปัจจัย.
อาเสวนปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งอาเสวนปัจจัย ย่อมถึงความเป็น
ปัจจัยอีกหลายอย่างโดยอาการ ๕ คือ อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
อุปนิสสยปัจจัย นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย.
กัมมปัจจัย ไม่ละอรรถแห่งกัมมปัจจัย ที่เป็นกัมมปัจจัยในขณะ
เดียวกัน (เอกขณิกกัมมปัจจัย คือ สหชาตกัม) ก่อน ยังถึงความเป็นปัจจัย
อีกหลายอย่าง ด้วยอาการ ๙ คือ สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย
นิสสยปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย
อัตถิปัจจัย และอวิคตปัจจัย.
ที่เป็น นานักขณิกกัมมปัจจัย ย่อมถึงความเป็นปัจจัย อีกหลายอย่าง
โดยอาการ ๕ คือ อุปนิสสยปัจจัย อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย
นัตถิปัจจัย และวิคตปัจจัย.