มีกุสลากุสลาพยากตะเป็นบทต้น ก็เหมือนกัน. ปุจฉาแม้ทั้งหมดในเหตุ
ปัจจัยมี ๔๙ ข้อ อาศัยกุศลติกะ ด้วยอำนาจบทต้น (คือกุศลบทเป็นต้น)
๗ บท ๆ ละ ๗ ปุจฉา ในอธิการนี้พึงทราบปุจฉาเหล่านั้น แม้ด้วย
สามารถแห่งมูลและอวสานอย่างนี้ คือ ปุจฉา ๙ มีมูลบท. มีอวสาน-
บท ๑. ปุจฉา ๙ มีมูลบท ๒ มีอวสานบท ๒. ปุจฉา ๓ มีมูลบท ๑
มีอวสานบท ๓, ปุจฉา ๙ มีมูลบท ๒ มีอวสานบท ๑, ปุจฉา ๙ มีมูล-
บท ๒ มีอวสานบท ๒, ปุจฉา ๓ มีมูลบท ๒ มีอวสานบท ๓, ปุจฉา
๓ มีมูลบท ๓ มีอวสานบท ๑, ปุจฉา ๓ มีมูลบท ๓ มีอวสานบท ๒,
ปุจฉา ๑ มีมูลบท ๓ มีอวสานบท ๓. แม้ในอารัมมณปัจจัย เป็นต้น ก็มี
ปุจฉา ๔๙ ข้อ เหมือนในเหตุปัจจัยนั้นนั่นแหละ. ในปัจจัย ๒๔ ปัจจัย
แม้ทั้งหมด.
ในนัยที่มีมูลบท ๑ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง
ประมวลปุจฉาไว้รวม ๑,๑๓๖ ข้อ
ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่ม นัยที่มีมูลสอง ว่า เหตุ-
ปจฺจยา อารมฺมณปจฺจยา เป็นต้น. ในนัยที่มีมูลสองนั้น มีทุกะ ๒๓ ทุกะ
พร้อมกับเหตุปัจจัย คือ เหตรัมมณทุกะ ฯ ล ฯ เหตาวิคตทุกะ. แม้
ในเหตารัมมณทุกะ ก็มีปุจฉา ๔๙ ข้อ เหมือนเหตุปัจจัย. บรรดาปุจฉา
เหล่านั้นทรงแสดงไว้ในบาลีสองข้อเท่านั้น. แม้ในเหตาธิปติทุกะ เป็นต้น
ก็มีปุจฉา ๔๙ ข้อ เหมือนในเหตารัมมณทุกะ. บรรดาทุกะเหล่านั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงทุกะ ๓ ทุกะตามลำดับ คือ เหตาธิปติ-
ทุกะ เหตานันตรทุกะ เหตุสมนันตรทุกะ ด้วยอำนาจแห่งปุจฉาที่หนึ่ง