ในสัตตมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๘๘๒ ข้อ โดยการ
คำนวณ.
ใน อัฏฐมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๘ รวม ๑๗ หมวด ด้วยอำนาจ
การเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๗ มีนิสสยปัจจัย เป็นต้น กับ
สัตตกะก่อน เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในอัฏฐกะหนึ่ง ๆ ในบรรดา
อัฏฐกะเหล่านั้น
ในอัฏฐมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๘๓๓ ข้อ โดยการ
คํานวณ.
ใน นวมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๙ รวม ๑๖ หมวด ด้วยอำนาจ
การเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๖ มีอุปนิสสยปัจจัย เป็นต้น
กับอัฏฐกะก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในนวกะหนึ่งๆ ในบรรดา
นวกะเหล่านั้น
ในนวมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๗๘๔ ข้อ โดยการ
คำนวณ.
ใน ทสมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๑๐ รวม ๑๕ หมวด ด้วยอำนาจ
การเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๕ มีปุเรชาตปัจจัย เป็นต้น
กับนวกะก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในทสกะหนึ่งๆ ในบรรดา
ทสกะนั้น ๆ
ในทสมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๗๓๕ ข้อ โดยการ
คํานวณ.
ใน เอกาทสมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๑๑ รวม ๑๔ หมวด ด้วย
อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๔ มีปัจฉาชาตปัจจัย