Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 147

เล่ม มมร. 85 หน้า 147 ข้อ 55
ต่อจากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเทศนาเริ่มแต่ ปัญจมูลกนัย เป็นต้น จนถึง สัพพมูลกนัย. นัยที่ทรงย่อไว้ที่ตรัสแล้วในหนหลัง และ จะพึงตรัสต่อไปข้างหน้าทั้งหมดนั้น ทรงกระทำให้เป็นแบบเดียวกัน แล้ว แสดงไว้ในบาลีว่า เอกมูลกนัย ทุมูลกนัย ติมูลกนัย จตุมูลกนัย ปัญจมูลกนัย สัพพมูลกนัย อันผู้ไม่งมงาย พึงให้พิสดาร. ในเอกมูลกนัย เป็นต้นนั้น คำที่ควรกล่าวข้าพเจ้าได้กล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว. ส่วนใน ปัญจมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๕ รวมปัญจกะ ๒๐ หมวดถ้วน ด้วย อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในปัจจัย ๒๐ ถ้วน มีสมนันตรปัจจัยเป็นต้น กับจตุกกะก่อน (คือที่กล่าวมาก่อน ๔ ปัจจัยในจตุมูลกนัย) เพราะจัด ปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในปัญจกะหนึ่ง ๆ ในปัญจกะเหล่านั้น ในปัญจมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๘๙๐ ข้อ โดยการ คำนวณ. ใน ฉมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๖ รวม ๑๙ หมวด ด้วยอำนาจ การเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๙ มีสหชาตปัจจัย เป็นต้น กับปัญจกะก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในปัจจัยหนึ่ง ๆ ในฉักกะ เหล่านั้น ในฉมูลกนัย จึงมีปุจฉา ๙๓๑ ข้อ โดยการ คำนวณ. ใน สัตตมูลกนัย มีปัจจัยหมวดละ ๗ รวม ๑๘ หมวด ด้วยอำนาจ การเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๑๘ มีอัญญมัญญปัจจัย เป็นต้น กับฉักกะก่อน เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในสัตตกะหนึ่ง ๆ ในบรรดา สัตตกะเหล่านั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka