Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 159

เล่ม มมร. 85 หน้า 159 ข้อ 55
เถระให้เป็นไปแล้วนั่นแหละ. ก็เพื่อจะแสดงสังเขปนัยแห่งพลความนั้น ข้าพเจ้าจึงตั้งคาถานี้ไว้ว่า ติกญฺจ ปฏฺานวรํ เป็นต้น. คาถานั้นมีใจความว่า คำว่า ติกญฺจ ปฏฺานวรํ แปลว่า ติกปัฏฐาน อันประเสริฐ คืออันบวร. บทว่า ทุกุตฺตมํ แปลว่า ทุกปัฏฐานอันสูง สุด คืออันประเสริฐสุด. บทว่า ทุกตฺติกกญฺเจว คือ ทุกติกปฏิฐาน. บทว่า ติกทุกญฺจ คือ ติกทุกปัฏฐาน. บทว่า ติกติกกญฺเจว คือ ติกติกปัฏฐาน. บทว่า ทุกทฺทุกญฺจ คือ ทุกทุกปัฏฐาน. คำว่า ฉ อนุโลมฺมหิ นยา สุคมฺภีรา ความว่า ผู้ศึกษาพึงทราบนัย ๖ อันลึกซึ้ง ด้วยดี มีติกปัฏฐานเป็นต้นเหล่านี้ ในอนุโลม. บรรดานัยเหล่านั้น อนุโลมมี ๒ คือ ธัมมานุโลม และ ปัจจยา- นุโลม ในอนุโลมสองนี้ ปัฏฐานที่พระองค์ให้เป็นไปด้วยอำนาจเทศนา ที่เป็นอนุโลมแก่ธรรมที่ท่านรวบรวม ด้วยบทอภิธรรมมาติกาอย่างนี้ว่า กุศลธรรมอาศัยกุศลธรรม ชื่อว่า ธัมมานุโลม ปัฏฐานที่พระองค์ให้ เป็นไปด้วยอำนาจเทศนาที่เป็นอันโลมแก่ปัจจัย ๒๔ อย่างนี้ว่า เหตุปจฺจยา อารมฺมณปจฺจยา ชื่อว่า ปัจจยานุโลม. บรรดาคำที่เป็นคาถาเหล่านั้น คาถานี้ว่า ติกญฺจ ปฏฺานวรํ ฯเปฯ ฉ อนุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถาหนหลัง หมาย ถึง ธัมมานุโลม. แต่ในอธิการนี้ คาถานี้ท่านกล่าวหมายถึง ปัจจยา- นุโลม รัมมมานุโลมนั้น. เพราะฉะนั้น คำว่า ฉ อนุโลมมฺหิ นยา สุคมฺภีรา ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความในอรรถกถาอย่างนี้ว่า นัย ๖ มี ติกปัฏฐานเป็นต้น ในธัมมานุโลมลึกซึ้งยิ่ง. แต่ในโอกาสนี้ ผู้ศึกษา พึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า นัย ๖ มี ติกปัฏฐาน เป็นต้น เฉพาะใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka