Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 308

เล่ม มมร. 85 หน้า 308 ข้อ 282
เพราะไม่มีรูป. แม้ใน อาเสวนปัจจัย นัตถิปัจจัย และ วิคตปัจจัย ข้าง หน้าก็นัยนี้เหมือนกัน. ใน สหชาตปัจจัย สองบทว่า กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ ได้แก่ กฏัตตารูป กล่าวคืออุปาทารูป. คำนี้ท่านหมายเอารูปแห่งอสัญญสัตว์ พวกเดียว. จักขายตนะเป็นต้น กล่าวด้วยอำนาจปัญจโวการภพ. ก็ใน อัญญมัญญปัจจัย ท่านกล่าวหมายเอาปัญหาที่มีวิสัชนาเท่ากัน ว่า เหมือนธรรมที่เกิดเพราะอารัมมณปัจจัย. แต่ในปัจจยุบบันธรรมมี ความแตกต่างกัน. บทว่า อารมฺมณปจฺจยสทิสํ ในอุปนิสสยปัจจัย ท่านกล่าวไว้ เพราะมีวิสัชนาเท่ากันโดยความไม่มีรูปบ้าง. คำว่า วตฺถุํ ปุเรชาตปจฺจยา เป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความตามนัยที่กล่าวในปฏิจจวาระ. ใน กัมมปัจจัย บทว่า ตีณิ บัณฑิตพึงทราบวิสัชนา ๓ ข้ออย่างนี้ คือ กุศลเกิดเพราะอาศัยกุศล ๑ อัพยากตะเกิดเพราะอาศัยกุศล ๑ กุศล และอัพยากตะเกิดเพราะอาศัยกุศล ๑. แม้ในอกุศลเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือน กัน. ใน วิปปยุตตปัจจัย สองบทว่า ขนฺเธ วิปฺปยุตตฺตปจฺจยา ความว่า ธรรมทั้งหลายอาศัยขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย. คำว่า ขนฺธา วตฺถุํ วิปฺปยุตฺตปจฺจยา ความว่า ขันธ์ทั้งหลายอาศัยวัตถุเกิดขึ้น เพราะวิปยุตตปัจจัย. คำที่เหลือพึงทราบความตามนัยที่กล่าวแล้วในหน หลัง บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เหตุยา สตฺตรส ในเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ เป็นต้น เพื่อแสงวิสัชนาตามที่หาได้ด้วยอำนาจการคำนวณ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka