บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า เหตุยา สตฺตรส ความว่า พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสวิสัชนาไว้ ๓ ข้อ คือ บทต้น ๑ บท กับบทอวสาน ๑ บท มี
๒ วาระ, บทต้น ๒ บทกับบทอวสาน ๑ บท มี ๑ วาระ ด้วยอำนาจกุศล
อย่างนี้ คือ กุศลกับกุศล อัพยากตะกับกุศล กุศลและอัพยากตะกับกุศล.
วิสัชนาด้วยอำนาจของอกุศล ก็เหมือนกันกับกุศล. อัพยากตะกับอัพยากตะ,
อกุศลอัพยากตะกับอัพยากตะ, กุศลกับกุศลอัพยากตะ อัพยากตะกับกุศล-
อัพยากตะ, กุศลอัพยากตะกับกุศลอัพยากตะ, อกุศลกับอกุศลอัพยากตะ,
อัพยากตะกับอกุศลอัพยากตะ, อกุศลอัพยากตะกับอกุศลอัพยากตะ, บัณฑิต
พึงทราบว่าในเหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระอย่างนี้.
ในคำว่า อารฺมเณ สตฺต ในอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ ความว่า
มีวิสัชนา ๗ วาระ อย่างนี้ คือ กุศลกับกุศล อกุศลกับอกุศล อัพยากตะกับ
อัพยากตะ กุศลกับอัพยากตะ อกุศลกับอัพยากตะ กุศลกับกุศลอัพยากตะ
อกุศลกับอกุศลอัพยากตะ. บทว่า เอกํ ใน วิปากปัจจัย คืออัพยากตะ
กับอัพยากตะนั้นเอง. การกำหนดวารระ ๓ ประการคือ ๑๗ วาระ ๗ วาระ
๑ วาระ ในอนุโลมนัย ปัจจยาวาระย่อมมีด้วยประการฉะนี้. ในบรรดา
วาระเหล่านั้น บัณฑิตกำหนดวาระเหล่านั้นทั้งหมด คือ หมวด ๑๗ วาระ
มี ๑๒ ปัจจัย หมวด ๗ วาระ มี ๑๐ ปัจจัย หมวด ๑ วาระ มี ๑
ปัจจัยให้ดี แล้วพึงทราบจำนวนด้วยอำนาจจำนวนที่น้อยกว่าในการเทียบ
เคียงปัจจัย ด้วยอำนาจทุกัตติกะปัฏฐานเป็นต้น ข้างหน้า. จริงอยู่ ด้วย
วิธีคำนวณนี้ บัณฑิตอาจทราบการกำหนดวาระในนัยทั้งหลาย มีทุกมูลกะ
นัยเป็นต้นได้ เพราะฉะนั้น เพื่อจะแสดงการกำหนดวาระด้วยอำนาจ