สองบทว่า ปริปนฺเถ ติฏฺติ คือ ดังทำร้ายคนเดินทาง.
ในคำว่า โทสํ อุปนิสสย เป็นต้น ความว่า ทำโทสะที่เกิดขึ้น
ด้วยอำนาจความแค้นว่า เขาได้สร้างความฉิบหายวายวอดให้กับเราเป็นต้น
ให้เป็นอุปนิสสัย. คำว่า โมหํ อุปนิสฺสาย คือ ทำโมหะที่ปิดบังโทษใน
ปาณาติบาตเป็นต้น ให้เป็นอุปนิสสัย. สองบทว่า มานํ อุปนิสฺสาย คือ
ทำมานะว่า ทำไมจึงฆ่าไม่ได้ ทำไมเราจึงลักไม่ได้ให้เป็นอุปนิสสัย. หรือ
อธิบายว่า ถูกใครเขาดูถูกเหยียดหยาม แล้วยกเอาการดูถูกนั้นมาเป็น
อุปนิสสัยบ้าง.
สองบทว่า ทิฏฺึ อุปนิสฺสาย คือ ทำทิฏฐิในยัญทั้งหลายให้เป็น
อุปนิสสัย เหมือนพราหมณ์ทั้งหลาย และพวกปาราสิกะและมิลักขะเป็นต้น.
สองบทว่า ปตฺถนํ อุปนิสสาย คือ ทำความปรารถนามีอาทิอย่างนี้
ว่า ถ้างานชิ้นของเข้าเจ้าสำเร็จ ก็จักทำพลีกรรมอย่างนี้แก่ท่าน หรือ
ท่านจงนำเครื่องบวงสรวงเทวดาชนิดโน้นมาให้ข้าพเจ้า หรือจงนำเอาไป
ให้คนโน้น หรือว่าท่านจงมาร่วมเป็นสหายของเรา ซึ่งกำลังทำงานเหล่านี้
อยู่ให้เป็นอุปนิสสัย. ในคำว่า ราโค โทโส มาโน ทิฏฺิ ปตฺถนา ราคสฺส
นี้ ราคะเป็นอุปนิสสัยแก่ราคะด้วย แก่ธรรมมีโทสะเป็นต้นด้วย. แม้ใน
โทสะเป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน.
สองบทว่า ปาณาติปาโต ปาณาติปาตสฺส ความว่า บุคคลผู้ฆ่า
สัตว์ ย่อมจะฆ่าสัตว์อื่นอีก เพราะตั้งอยู่ในความที่ไม่สำรวม. หรือว่าย่อมฆ่า
ญาติมิตรของผู้ที่ถูกเขาฆ่าแล้วประทุษร้ายต่อเพิ่มอีก. ปาณาติบาตเป็น
อุปนิสสยปัจจัยแก่ปาณาติบาตด้วยประการฉะนี้ อนึ่ง ปาณาติบาตเป็น
อุปนิสสยปัจจัยแก่อทินนาทานเป็นต้น ในเวลาฆ่าเจ้าของ หรือคนเฝ้า
ลักเอาของเขาไป, ในการฆ่าสามีแล้วล่วงภรรยาเขา, ในเวลาพูดเท็จว่า