ปัจจัย แม้แต่อกุศลที่มีกำลังได้เหมือนกัน ก็คำใดที่ท่านกล่าวไว้ใน
วรรณนานิทเทสแห่งปัจจัยวิภังค์ว่า ธรรมที่ชื่อว่าเป็นอุปนิสสยปัจจัย
เพราะอรรถว่า เป็นเหตุมีกำลัง คำนั้นท่านกล่าวไว้ เพราะภาวะแห่งการ
เป็นเหตุเท่านั้นมีกำลัง ไม่ใช่เพราะตัวปัจจัยธรรมซึ่งเป็นที่เข้าไปอิงอาศัย.
จริงอยู่ กรรมและกิเลสทั้งหลาย ที่มีกำลังมากก็ดี ที่หย่อนกำลังก็ดี
จัดว่าเป็นเหตุที่มีกำลังทั้งนั้น.
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า ราคํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ เป็นต้น
ต่อไป บุคคลเข้าไปอาศัยความยินดีในอุปปัตติภพ หรือในโภคะทั้งหลาย
ว่า ทำไมหนอเราจึงจะเข้าถึงความเป็นสหายของเหล่าเทพชั้นจาตุมหารา-
ชิกาเป็นต้น ดังนี้แล้วจึงให้ทาน แม้ในการสมาทานศีลและรักษาอุโบสถ
เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน ก็บุคคลเมื่อทำฌานให้เกิดเพื่อต้องการข่มราคะ
ทำวิปัสสนาให้เกิดเพื่อต้องการละราคะ ทำมรรคไห้เกิดเพื่อต้องการตัดภพ
ตัดชาติ ชื่อว่าเข้าไปอิงอาศัยราคะทำให้เกิดขึ้น. อนึ่ง เมื่อยังอภิญญาและ
สมาบัติให้เกิด เพื่อต้องการให้ปราศจากราคะ ก็ชื่อว่าเข้าไปอิงอาศัยราคะ
ให้เกิดขึ้นเหมือนกัน. จริงอยู่ ด้วยความต้องการเท่านี้ ผู้นั้นย่อมเป็นคน
ปราศจากราคะได้.
บทว่า สทฺธาย คือ ความเชื่ออันเป็นไปด้วยอำนาจทานเป็นต้น แม้
ในศีลเป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. เหมือนอย่างว่า เมื่อยังศรัทธาเป็นต้น
ให้เกิดด้วยอำนาจทานเป็นต้น ชื่อว่าเข้าไปอิงอาศัย ราคะให้เกิด ฉันใด ผู้
ศึกษาพึงทราบว่า แม้ราคะเป็นต้น ก็ชื่อว่าเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่ศรัทธา
เป็นต้น ฉันนั้น.
สองบทว่า ตสฺส ปฏิฆาตตฺถาย คือเพื่อห้ามเสียซึ่งวิบากนั้น อธิบาย