Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 85 หน้าที่ 478

เล่ม มมร. 85 หน้า 478 ข้อ 555
ว่า เพื่อไม่ให้โอกาสแห่งวิบากเกิดขึ้น ในสัปปฏิฆาตธรรมทั้งหลาย มี อธิบายเพียงเท่านี้. ถามว่า อนันตริยกรรมเหล่าใดไม่มีปฏิฆาต ทำไม พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ตสฺส ปฏิฆาตตฺถาย ไว้ในอนันตริยกรรม เหล่านั้น. แก้ว่า ตรัสด้วยอำนาจอัธยาศัยแห่งบุคคลนั้น. จริงอยู่ ผู้นั้น ย่อมมีอัธยาศัยว่าจะประพฤติเพื่อต้องการจะกำจัดสิ่งนั้น (วิบาก). พระผู้ มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาอัธยาศัยนั้น จึงตรัสไว้อย่างนี้. คำว่า ราคํ อุปนิสฺสาย อตฺตานํ อาตาเปติ ผู้ศึกษาพึงทราบความทั้งหมดโดยนัยก่อน นั่นเทียวว่า บุคคลเห็นอยู่ซึ่งส่วนบุญ โดยเป็นการกระทำได้ยากของผู้ ยินดีแล้วในสมบัติใดเล่า ย่อมทำอย่างนั้นบ้าง. สองบทว่า กยิกสฺส สุขสฺส คือ ความสุขที่ได้เพราะการทำกุศล ด้วยอำนาจการก้าวล่วงอกุศลมีราคะเป็นต้น หรือว่าด้วยอำนาจการบริโภค กามแห่งบุคคลผู้ยังไม่เห็นโทษด้วยอำนาจราคะเป็นต้น. บทว่า ทกฺขสฺส คือ ความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการย่างกิเลสเป็นต้น (การทำตนเองให้ เดือดร้อน) หรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจการฆ่า และการจองจำ ที่เป็นไปเพราะเหตุแห่งราคะเป็นต้น. บทว่า ผลสมาปตฺติยา หมายถึง คุณธรรมที่พระโยคาวจรให้เกิดขึ้น เพราะตัดกิเลสมีราคะเป็นต้นได้ หรือ หมายถึงคุณชาติที่ท่านผู้เบื่อหน่ายราคะเป็นต้นเหล่านั้นเข้าถึงแล้ว. สองบท ว่า กยิกํ สขํ เป็นต้น ความว่าเมื่อความสุขเกิดขึ้น บุคคลยินดีความสุข นั้น ทำความสุขนั้นให้เกิดบ่อย ๆ ด้วยปัจจัยอย่างเดียวกันนั้นเอง ความ สุขคราวก่อนชื่อว่าเป็นอุปนิสสยปัจจัย แก่ความสุขคราวหลัง. ก็ในบรรดาความหนาวเป็นต้น เมื่อบุคคลซ่องเสพเกินไป ซึ่งความ ร้อนมีความร้อนเพราะไฟเป็นต้น ความสุขเบื้องต้นย่อมเป็นอุปนิสสย-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka