๑. พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ เป็นอนัตตา.
๒. พระอรหันต์พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป เสียง
กลิ่น รส โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา.
๓. พระอรหันต์ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ.
๔. พระอรหันต์ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
๕. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย, สัททายตนะ ฯลฯ คันธายตนะ ฯ ลฯ รสายตนะ ฯลฯ โผฏ-
ฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
๖. จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย.
๗. โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย.
๘. ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย.
๙. ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
อัตถิปัจจัย.
๑๐. กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของอัตถิ-
ปัจจัย.
๑๑. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก
และอัตยากตกิริยา ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.