ใน ฆฏนาที่ ๒ เฉพาะที่เป็นปุเรชาตะและสหชาตะเท่านั้น.
ปัจจัยเหล่านั้นนั่นเอง ตรัสไว้ใน ฆฏนาที่ ๓ ด้วยอำนาจแห่ง
อธิบดี. บรรดาปัจจัยเหล่านั้นได้วาระ ๔ อย่างนี้ คือ กุศลเป็นปัจจัย
แก่อัพยากตะ อกุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ แต่อัพยากตะเป็นปัจจัยแก่
อัพยากตะและแก่อกุศล ด้วยอำนาจแห่งอารัมมณาธิปติปัจจัย.
บทว่า ตีณิ ๓ วาระ ใน ฆฏนาที่ ๔ คือ กุศลเป็นต้น เป็นปัจจัย
แก่อัพยากตะ. ก็ในนี้ได้ทั้งรูปอินทรีย์และนามอินทรีย์.
ใน ฆฏนาที่ ๕ นามเท่านั้นเป็นปัจจัย.
ใน ฆฏนาที่ ๖ รูปคือวัตถุรูปเป็นปัจจัย.
ใน ฆฏนาที่ ๗ รูปเป็นปัจจัยแก่กุศลและอัพยากตะ ด้วยอำนาจ
-แห่งวิปัสสนา. หทัยวัตถุเท่านั้นเป็นปัจจัยแก่อกุศล ด้วยอำนาจเป็นที่
ยินดี.
ใน ฆฏนาที่ ๘ หทัยวัตถุนั้นเองเป็นปัจจัยแก่อกุศล.
ใน ฆฏนาที่ ๙ จักขุเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ.
ใน ฆฏนาที่ ๑๐ กุศลเป็นต้น เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน.
ใน ฆฏนาที่ ๑๑ วัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายในปฏิสนธิกาล.
ใน ฆฏนาที่ ๑๒ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปในปฏิสนธิ-
กาล.
ใน ฆฏนาที่ ๑๓ ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่วัตถุรูปในปฏิสนธิ-
กาล.