๙ ฆฏนา ตรัสด้วยอำนาจมรรคเป็นทั้งอินทรีย์และฌาน.
๖ ฆฏนาต่อจากนั้น ตรัสด้วยมรรคที่เป็นอธิบดี.
๙ ฆฏนาต่อจากนั้น ตรัสด้วยอำนาจมรรคและเหตุที่ไม่เป็นอธิบดี.
๖ ฆฏนาต่าจากนั้น ตรัสด้วยอำนาจมรรคและเหตุที่เป็นอธิบดี.
ในหมวดที่มี ฆฏนา ๙ ฆฏนามีอยู่๕ หมวด เป็นสวิปากฆฏนา
หมวดละ ๕ ฆฏนา, ในหมวดที่มีฆฏนา ๖ ฆฏนา เป็นสวิปากฆฏนา
หมวดละ ๓ ฆฏนา. ที่เหลือเป็นสาธารณะ. ฆฏนาเหล่านั้นมีนัยดังข้าพเจ้า
กล่าวแล้วในหนหลัง.
สัมปยุตตมูลกนัย
ฆฏนาที่มีมูล ๒ ใน นัยที่มีสัมปยุตตปัจจัยเป็นมูล ชัดเจนแล้ว.
ก็ในนัยนี้ฆฏนา ๒ ฆฏนาเท่านั้น ใน ๒ ฆฏนานั้น ฆฏนา ๑ ตรัสด้วย
อำนาจธรรมทั่วไป ฆฏนา๑ ตรัสด้วยอำนาจแห่งวิบาก.
วิปปยุตตมูลกนัย
แม้ในนัยที่มีวิปปยุตตปัจจัยเป็นมูล ฆฏนาที่มีมูล ๒ ชัดเจนแล้ว.
ก็ในนัยนี้มีฆฏนา ๑๓ ฆฏนา. บรรดาฆฏนาเหล่านั้น. คำว่า ปญฺจ ๕ วาระ
ในฆฏนาที่ ๑ คือ กุศลเป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ อกุศลเป็นปัจจัยแก่
อัพยากตะ ส่วนอัพยากตะเป็นปัจจัยแก่กุศล อกุศล และอัพยากตะทั้ง ๓.
ก็ในนัยนี้มีวิปปยุตตปัจจัยเป็นต้นเหล่านี้ เกิดพร้อมกันก็มี เกิดภายหลัง
และเกิดก่อนก็มี.