พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๒ ในปัญหาที่ ๒ คือ
อารัมมณปัจจัยล้วน ๆ กับอธิปติปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย ด้วยอำนาจ
อารัมมณาธิปติ.
ก็ในปัญหาที่ ๓ (กุ-อัพ) ปัจจัย ๑๘ ปัจจัย ท่านแสดงแล้วด้วย
ปัจจัย ๕. อย่างไร ? คือ กุศลย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ด้วยอำนาจ
ของอัญญมัญญะ ปุเรชาตะ อาเสวน วิปากะ และสัหปยุตตปัจจัย. ย่อมเป็น
ด้วยอำนาจของปัจจัย ๙ ที่เหลือ. บรรดาปัจจัยเหล่านั้น อารัมมณปัจจัย
มี ๑. ก็เพราะกุศลย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่อัพยากตะ ด้วยอำนาจอัญญมัญญะ
วิปากะ และสัมปยุตตปัจจัย. เหตุปัจจัยถูกปฏิเสธออก กัมมปัจจัยท่านถือ
เอาอีกแผนกหนึ่ง เพราะฉะนั้น ท่านจึงนำปัจจัย ๕ เหล่านี้ออก แล้วแสดง
ปัจจัย ๑๐ ด้วยสหชาตปัจจัย. บรรดาปัจจัย ๖ ที่ท่านกล่าวไว้ในหนหลัง
โดยอุปนิสสยปัจจัย เว้นอาเสวนปัจจัย ปัจจัยที่เหลือมี๕ ปัจฉาชาต-
ปัจจัย มี ๑ เท่านั้น. อนึ่ง กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง ด้วยอำนาจสหชาตกัมม-
ปัจจัย และนานากขณิกกัมมปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบว่าปัจจัย ๑๘ เหล่านี้
ท่านแสดงด้วยปัจจัย ๕ ในปัญหาที่ ๓ อย่างนี้ ด้วยประการฉะนั้น.
ปัจจัย ๘ เหล่านี้ อันพระพุทธองค์ทรงแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๕ ใน
ปัญหาที่ ๓อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้.
ปัจจัย ๑๐ ท่านแสดงแล้วด้วยปัจจัย ๑ เท่านั้น ในปัญหาที่ ๔
(กุ-ก อัพ). อย่างไร. จริงอยู่ กุศลย่อมไม่เป็นปัจจัยแก่กุลาพยากตะ
ด้วยอำนาจของอัญญมัญญะ วิปากะ สัมปยูตตะ และวิปปยุตตปัจจัย ใน
บรรดาปัจจัย ๑๕ ที่ท่านกล่าวไว้แล้วในสหชาตปัจจัย เหตุปัจจัยถูกปฏิเสธ
ออกแล้ว ผู้ศึกษาชักปัจจัย ๕ เหล่านี้ออก แล้วพึงทราบว่าปัจจัย ๑๐ ที่