วาระ ๔ ที่ขาดไปในอธิการนั้น เพราะเนื่องกับ นสหชาตปัจจัย ย่อม
ขาดไป เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สตฺต คือ ๗ วาระ
ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่เหลือ.
สองบทว่า นปุเรชาเต เอกาทส คือ มีวาระ ๑๑ เพราะเนื่องกัน
นสหชาตปัจจัย.
สองบทว่า นปจฺฉาชาเต นว ความว่า จริงอยู่ ในวาระ ๑๑ เหล่านี้
เพราะนำเอาวาระ ๓ซึ่งมีมูล ๒ และมีอัพยากตะเป็นอวสานบท มีวิสัชนา
อันได้แล้วว่า สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ออกเสีย แม้เมื่อมี
การปฏิเสธสหชาตปัจจัย วาระเหล่านั้นก็ยังไม่ขาดไป ด้วยอำนาจปัจฉา-
ชาดปัจจัย แต่เมื่อมีการปฏิเสธปัจฉาชาตปัจจัยกับสหชาตปัจจัย วาระ
เหล่านี้ย่อมขาดไป เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า นว คือ
๙ วาระ ด้วยอำนาจแห่งปัจจัยที่เหลือ.
สองบทว่า นนิสฺสเย เอการส ใน อัฏฐมูลนัย คำอธิบายทั้งหมด
เหมือนกับที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง.
พึงทราบวินิจฉัยใน นวมูลกนัย ต่อไป. สองบทว่า นอุปนิสฺสเย
ปญฺจ ความว่า มี ๕ วาระ คือ วาระ ๓ หมวด ๓ แห่งกุศล เป็นต้น อัน
มีอัพยากตะเป็นที่สุด และวาระ ๒ อันมีมูล ๒ มีอัพยากตะเป็นอวสานบท
พึงทราบวิสัชนาในวาระ ๕ เหล่านั้น ด้วยอำนาจแห่งธรรม คือ นานาก-
ขณิกกัมมปัจจัย กพฬีการาหาร รูปชีวิตินทรีย์ และปัจฉาชาตปัจจัย.
วาระเหล่านั้นเอง ย่อมมีแม้ในคำเป็นต้นว่า นปุเรชาเต ปญฺจ. ใน
ทสมูลกนัย สองบทว่า นปจฺฉาชาเต ตีณิ คือ วาระที่เหลือ นอกจาก
วาระ ๒ อันมีมูล ๒ มีอัพยากตะเป็นอวสานบท อันได้อยู่ด้วยอำนาจ