Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 86 หน้าที่ 153

เล่ม มมร. 86 หน้า 153 ข้อ 1381 1382 1383
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ. ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ พระเสกขะ หรือปุถุชน พิจารณา เห็นจักษุ ฯ ล ฯ เพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัสย่อมเกิดขึ้น พิจารณาเห็นโสตะ ฯ ล ฯ หทยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัส ฯ ล ฯ เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฯ ล ฯ ฟังเสียงด้วยทิพโสตธาตุ. ที่เป็นวัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย. ๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย [๑๓๘๑] ๑. วิปากธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปากธัมม- ธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย คือ วิบากขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วย อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย. [๑๓๘๒] ๒. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนววิปากนวิปาก- ธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย. ๓. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่เนว- วิปากนวิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย. ๑๒. อาเสวนปัจจัย [๑๓๘๓] ๑. วิปากธัมมธรรม เป็นปัจจัยแก่วิปากธัมมธรรม ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka