ที่เป็น ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม
ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย
[๑๗๔๒] ๙. อสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสัง-
กิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม และอสังกิลฏฐอสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจ
ของอัตถิปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓
และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย ฯลฯ.
[๑๗๔๓] ๑๐. อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม และอสังกิลิฏฐอสัง-
กิเลสิกธรรม เป็นปัจจัยแก่อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรม ด้วยอำนาจ
ของอัตถิปัจจัย
มี ๓ อย่างคือ ที่เป็น สหชาตะ, ปัจฉาชาตะ รวมกับ อาหาระ
และรวมกับ อินทริยะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอสังกิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมที่เกิด
พร้อมและมหาภูตรูป เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.
ที่เป็น ปัจฉาชาตะ รวมกับ อาหาระ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอสัง-
กิลิฏฐอสังกิเลสิกธรรมที่เกิดภายหลังและกวฬีการาหาร เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ด้วย
อำนาจของอัตถิปัจจัย.
ที่เป็น ปัจฉาชาตะ รวมกับ อินทริยะ ได้แก่ ขันธ์ที่เป็น
อสังกิลิฏฐสังกิเลสิกธรรมที่เกิดภายหลังและรูปชีวิตินทรีย์ เป็นปัจจัยแก่
กฏัตตารูป ด้วยอำนาจของอัตถิปัจจัย.