คือ พระอริยะทั้งหลาย ออกจากฌาน ที่เป็นอวิตักกอวิจารธรรม
ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ย่อมพิจารณาผล เพราะปรารภฌานเป็น
ต้นนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก ย่อมเกิดขึ้น.
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน. นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู
แก่โวทาน และวิตก ฯลฯ แก่มรรคที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก แก่ผล
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก แก่อาวัชชนะ และวิตก ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย.
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา เพราะปรารภจักษุนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และวิตก
ย่อมเกิดขึ้น.
บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งโสตะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ที่
เป็นอวิตักกอวิจารธรรม และวิจาร โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็น
อนัตตา เพราะปรารภโสตะเป็นต้นนั้น ขันธ์ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม และ
วิตก ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๒] ๑๔. อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวิตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่สวิตักกสวิจารธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ที่เป็นอวิตักกวิจารมัตตธรรม และวิจาร ขันธ์
ที่เป็นสวิตักกสวิจารธรรม ย่อมเกิดขึ้น.
[๑๔๓] ๑๕. อวิตักกวิจารมัตตธรรม และอวัตักกอวิจารธรรม
เป็นปัจจัยแก่อวิตักกวิจารมัตตธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย