คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
๕. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุธรรม อาศัย
ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุก-
ธรรม.
๖. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนน-
นภาวนาปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม
เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นภาวนานปหา-
ตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
[๗๖๙] ๗. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัย
เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ที่เป็นเนวทัสสเนน-
นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๒.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยยโมหะที่หรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นเนว-
ทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
หทยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย, ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทยวัตถุ, ฯลฯ
อาศัยมหาภูตรูป ๑
จิตตสมุฏฐานรูป กฏัตตรูปที่เป็นอุปาทารูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.