คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคต
ด้วยวิจิกิจฉา.
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ อาศัยหทยวัตถุ.
๑๑. ภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสส-
เนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยเนวทัสสเนนนภาวนาย-
ปหาตัพพเหตุกธรรม ฯลฯ
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยหทยวัตถุ.
จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย.
สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโมหะ ที่สหรคต
ด้วยอุทธัจจะ.
ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคด้วยอุทธัจจะ และโมหะ อาศัยหทยวัตถุ.
[๘๒๙] ๑๒. ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัยทัสสเนน-
ปหายตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนภาวนายปหาตัพพเหตุก-
ธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และ
หทยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา และโมหะ ฯลฯ.
๑๓. เนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพเหตุกธรรม อาศัย
ทัสสเนนปหาตัพพเหตุกธรรม และเนวทัสสเนนนภาวนายปหาตัพพ-
เหตุกธรรม เกิดขึ้น เพราะสหชาตปัจจัย