๓. ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย
๔. ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
๕. ธรรมที่เป็นอุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ.
[๔๘] ๖. ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย
๗. ธรรมที่เป็นอนุปาทาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณ-
ปัจจัย
๘. ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัย
แก่ธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของ
อารัมมณปัจจัย
๙. ธรรมที่เป็นอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนุปาทานิยธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อนุปาทินน-
อนุปาทานิยธรรม ด้วยอำนาจของอารัมมณปัจจัย