Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 9 หน้าที่ 179

เล่ม มมร. 9 หน้า 179 ข้อ 336
บทว่า ทเทยฺย คือ พึงมอบถวาย (หรือเพิ่มถวาย). ก็แล พึงถวายปัจจัยนั้น ด้วยจิตอันเลื่อมใส ไม่ยังความเลื่อมใสแห่ง จิตให้คลายเสีย. จริงอยู่ ทายกนั้นจะรู้ทั่วถึงธรรมใดในพระศาสนานี้แล้ว เป็น ผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน ภิกษุผู้เป็นพหูสูตเหล่านั้น ย่อมแสดงธรรมนั้น ซึ่ง เป็นเครื่องบรรเทาทุกข์ทั้งปวง แก่เขาผู้มีจิตผ่องใสอย่างนั้น ฉะนี้แล. [ว่าด้วยลายยูเป็นต้น] วินิจฉัยในคำว่า อาวิญฉนฉิททํ อาวิญฉนชฺชุํ นี้ มีความว่า ขึ้นชื่อว่าเชือก แม้ถ้าเป็นของที่ทำด้วยหางเสือ ควรแท้. เชือกบางอย่างไม่ ควรหามิได้. ดาล ๓ ชนิดนั้น ได้แก่ กุญแจ ๓ อย่าง. วินิจฉัยในคำว่า ยนตกํ สูจิกํ นี้ว่า ภิกษุควรทำกุญแจยนต์ที่ตน รู้จัก และลูกกุญแจสำหรับไขกุญแจยนต์นั้น. ที่ชื่อว่าหน้าต่างสอบบน คล้ายเวทีแห่งเจดีย์ ที่ชื่อว่าหน้าต่างตาข่าย ได้แก่ หน้าต่างที่ขึงข่าย. มีชื่อว่าหน้าต่างซี่ ได้แก่ หน้าต่างลูกรง. ในคำว่า จกกลิกํ นี้ มีความว่า เราอนุญาตให้ผูกผ้าเล็ก ๆ คล้าย ผ้าเช็ดเท้า. คำว่า วาตปานภิสิกํ มีความว่า เราอนุญาตให้ทำเสื่อ ได้ขนาด หน้าต่างผูกไว้. [ว่าด้วยเตียงและตั่ง] บทว่า มิฒึ ได้แก่ กระดานตั่ง บทว่า วิทลมฺจํ ได้แก่ เตียงหวาย หรือเตียงที่สานด้วยดอกใม้ไผ่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka