Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 10 หน้าที่ 347

เล่ม มมร. 10 หน้า 347 ข้อ 840
ข้อว่า นามมตฺตํ น ายติ มีความว่า แม้เพียงแต่ชื่อ (แห่ง สังขตธรรมเหล่านั้น) ย่อมไม่ปรากฏ. บทว่า ทุกฺขหานึ ได้แก่ บำบัดทุกข์เสีย. บาทคาถาว่า ขนฺธกา ยา จ มาติกา มีความว่า ขันธกะทั้งหลาย และมาติกาเหล่าใด. อนึ่ง บาลีก็เหมือนกันนี้. บาทคาถาว่า สมุฏฺานนิยโต กตํ มีความว่า สมุฏฐานที่ท่านทำ ให้เป็นของแน่นอน คือ จัดไว้เป็นหลักที่แน่ ชื่อว่า นิยตสมุฏฐาน. การสงเคราะห์ ๓ สิกขาบท คือ ภูตาโรจนสิกขาบท โจรีวุฏฐาปน- สิกขาบท และอนนุญญาตสิกขาบท ด้วยคำว่า สมุฏฺานนยโต กตํ นั่น อันบัณฑิตพึงพิจารณา. จริงอยู่ ๓ สิกขาบทนี้เท่านั้น เป็นนิยตสมุฏฐาน คือ เป็นสมุฏฐาน ที่ไม่เจือปนกับสมุฏฐานเหล่าอื่น. บาทคาถาว่า สมฺเภทนิทานญฺจญฺํ มีความว่า ความเจือปนกัน และเหตุแม้อื่น, บัณฑิตพึงพิจารณา การถือเอาความเจือปนกันแห่งสมุฏฐาน ใน ๒ คำนั้น ด้วยคำว่า สัมเภท. จริงอยู่ เว้น ๓ สิกขาบทนั้นเสีย สิกขาบท ที่เหลือ จัดเป็นสัมภินนสมุฏฐาน. บัณฑิตพึงตรวจดูนิทาน กล่าวคือประเทศ ที่บัญญัติ แห่งสิกขาบททั้งหลายด้วยคำว่า นิทาน. บาทคาถาว่า สุตฺเต ทิสฺสนฺติ อุปริ มีความว่า ๓ ส่วนนี้ คือ สมุฏฐานนิยม สัมเภท นิทาน แห่งสิกขาบททั้งหลาย ย่อมเห็นได้ คือ ย่อม ปรากฏในสูตรเท่านั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka