บาทคาถาว่า โจทนา สารณตฺถาย มีความว่า วาจาสำหรับไล่เลียง
มีประการดังกล่าวแล้ว เพื่อประโยชน์ที่จะเตือนให้นึกถึงโทษที่บุคคลผู้เป็น
จำเลยนั้นได้กระทำแล้ว.
บาทคาถาว่า นิคฺคหตฺถาย สารณา มีความว่า ส่วนวาจาที่จะ
เตือนให้นึกถึงโทษ เพื่อประโยชน์ที่จะข่มบุคคลนั้น.
บาทคาถาว่า สงฺโฆ ปริคฺคหตฺถาย มีความว่า สงฆ์ผู้ประชุมกัน
ณ ที่นั้น เพื่อประโยชน์ที่จะช่วยกันวินิจฉัย. อธิบายว่า เพื่อประโยชน์ที่จะ
พิจารณาว่า เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม คือเพื่อประโยชน์ที่จะทราบว่า
อธิกรณ์นั้นได้วินิจฉัยถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง.
บาทคาถาว่า มติกมฺมํ ปน ปาฏิเยกฺกํ มีความว่า ความเข้าใจ
ความประสงค์ของพระเถระผู้เป็นนักพระสูตร และพระเถระผู้เป็นนักวินัย
ทั้งหลาย ก็เพื่อให้วินิจฉัยสำเร็จเป็นแผนก ๆ.
หลายบทว่า มา โข ปฏิฆํ มีความว่า อย่าก่อความโกรธในจำเลย
หรือโจทก์.
หลายบทว่า สเจ อนุวิชฺชโก ตุวํ มีความว่า ถ้าว่าท่านเป็นพระ-
วินัยธรนั่งวินิจฉัยอธิกรณ์ ซึ่งหยั่งลงในท่ามกลางสงฆ์.
บทว่า วิคฺคาหิยํ มีความว่า (ท่านอย่าได้กล่าวถ้อยคำชวนวิวาท)
ซึ่งเป็นไปโดยนัยเป็นต้นว่า ท่านไม่รู้ทั่วถึงธรรมวินัยนี้หรือ ?
บทว่า อนตฺถสญฺหิติ มีความว่า อย่ากล่าวถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความ
เสื่อมเสีย คือทำบริษัทให้ปั่นป่วนลุกลามขึ้น.