Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 238

เล่ม มมร. 11 หน้า 238 ข้อ 90
สังเขป ๔ มีอาการ ๒๐ ซึ่งเป็นไปโดยความเป็นปัจจัย โดยประการนั้น ๆ แก่ธรรมนั้น ๆ ดังพรรณนามาฉะนี้ได้ นี้มิใช่วิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัย ของพระตถาคตเท่านั้น. ดังนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงถึงฐานะคือ ปัจจยาการ ทรงบันลือจึงเป็นการยิ่งใหญ่ พระปรีชาญาณก็ติดตามมา ประกอบด้วยสุญญตา ดังนี้แล. อนึ่ง คนพวกที่ชื่อว่า สัสสตวาทะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า เอกัจจสัสสตวาทะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อันตาอันติกะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อมราวิกเขปะ มี ๔ คนพวกที่ชื่อว่า อธิจจสมุปปันนิกะ มี ๒ คนพวกที่ชื่อว่า สัญญีวาทะ มี ๑๖ คนพวกที่ชื่อว่า อสัญญีวาทะ มี ๘ คนพวกที่ชื่อว่า เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ มี ๘ คนพวกที่ชื่อว่า อุจเฉทวาทะ มี ๗ คนพวกที่ชื่อว่า ทิฏฐธัมมนิพพานวาทะ มี ๕ คนเหล่านั้นอาศัยทิฏฐินี้แล้ว ยึดถือทิฏฐินี้ ฉะนั้น จึงรวมเป็น ทิฏฐิ ๖๒ คนเหล่าอื่นไม่มีปรีชาสามารถที่จะกล่าวทำลายทิฏฐิเหล่านั้น สะสางไม่ให้รกได้ นี้มิใช่วิสัยของผู้อื่น เป็นวิสัยของพระตถาคตเท่านั้น ดังนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงรู้ถึงฐานะข้อที่เป็นลัทธิอื่น ดังนี้แล้ว ทรงบันลือจึงเป็นการยิ่งใหญ่ จัดเข้าเป็นพระปรีชาญาณย่อมติดตามมา ความที่พระพุทธญาณยิ่งใหญ่ก็ปรากฏ เทศนาย่อมลึกซึ้ง ตรึงตราไว้ด้วย ลักษณะ ๓ ประกอบด้วยสุญญตา ดังนี้แล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka