Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 11 หน้าที่ 239

เล่ม มมร. 11 หน้า 239 ข้อ 90
แต่ในที่นี้ ได้ฐานะคือลัทธิอื่น ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็น ธรรมราชา เมื่อทรงติดตามฐานะคือลัทธิอื่น เพื่อทรงแสดงความที่พระ สัพพัญญุตญาณยิ่งใหญ่ และเพื่อทรงประกอบสุญญตาด้วยพระธรรมเทศนา จึงทรงเริ่มคำถามและตอบอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มีสมณพราหมณ์ พวกหนึ่ง ดังนี้. ในพระบาลีนั้น บทว่า สนฺติ ความว่า มีปรากฏเกิดขึ้น. บทว่า ภิกฺขเว เป็นคำอาลปนะ. บทว่า เอเก ก็คือ บางพวก. บทว่า สมณพฺราหฺมณา ความว่า ที่ชื่อว่า สมณะ. เพราะความ เข้าบวช ที่ชื่อว่า พราหมณ์ โดยกำเนิด. อีกอย่างหนึ่ง โลกสมมติ อย่างนี้ว่า สมณะบ้าง พราหมณ์บ้าง. สมณพราหมณ์ ชื่อว่า ปุพฺพนฺตกปฺปิกา เพราะกำหนด คือ แยก ขันธ์ส่วนอดีตแล้วยึดถือ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า ปุพฺพนฺตกปฺปิกา เพราะ การกำหนดขันธ์ส่วนอดีต มีอยู่แก่สมณพราหมณ์เหล่านั้น. ศัพท์ว่า อนฺโต นี้ในพระบาลีนั้น ใช้ในอรรถ คือ ลำไส้ใหญ่ ภายใน ขอบเขต เลว สุด ส่วน. จริงอยู่ อนฺต ศัพท์ ใช้ในอรรถว่า ลำไส้ใหญ่ เช่นในประโยค มีอาทิว่า อนฺตปูโร อุทรปูโร เต็มไส้ เต็มท้อง. ใช้ในอรรถว่า ภายใน เช่นในประโยคมีอาทิว่า จรนฺติ โลเก ปริวารฉนฺนา อนฺโต อสุทฺธา พหิ โสภมานา คนผู้ไม่สำรวม ภายในไม่บริสุทธิ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka