ข้าพระพุทธเจ้ามีเหตุ ๒ อย่างนี้แล เพื่อที่จะได้เฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า วันก่อนๆ
นานมาแล้ว ในวันอุโบสถที่ ๑๕ แห่งราตรีวันเพ็ญวัสสูปนายิกา เทวดาชั้น
ดาวดึงส์ทั้งสิ้นนั่งประชุมในสุธรรมาสภา เทพบริษัทมากมายนั่งอยู่โดยรอบ
และท้าวมหาราชทั้งสี่นั่งอยู่ใน ๔ ทิศ คือ ในทิศบูรพา ท้าวธตรัฏฐมหาราช
นั่งผินหน้าไปทางทิศปัจฉิมแวดล้อมด้วยเทวดาทั้งหลาย ในทิศทักษิณ ท้าว
วิรุฬกมหาราชนั่งผินหน้าไปทางทิศอุดร แวดล้อมด้วยเทวดาทั้งหลาย ในทิศ
ปัจฉิม ท้าววิรูปักขมหาราช นั่งผินหน้าไปทางทิศบูรพา แวดล้อมด้วยเทวดา
ทั้งหลาย ในทิศอุดร ท้าวเวสวัณมหาราช นั่งผินหน้าไปทางทิศทักษิณ
แวดล้อมด้วยเทวดาทั้งหลาย ก็เมื่อเทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งสิ้นนั่งประชุมใน
สุธรรมาสภา เทพบริษัทมากมายนั่งอยู่โดยรอบ และท้าวมหาราชทั้งสี่นั่งอยู่
ในทิศทั้ง ๔ นี้ อาสนะของมหาราชทั้งสี่นั้น ข้างหลังถัดออกมาก็เป็นอาสนะ
ของข้าพระพุทธเจ้า เหล่าเทพที่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว
บังเกิดในดาวดึงส์เมื่อกี้นี้ ย่อมไพโรจน์ล่วงเทวดาเหล่าอื่นด้วยวรรณะและยศ
ด้วยเหตุนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์จึงดีใจ เบิกบาน เกิดปีติและโสมนัสว่า ผู้เจริญ
ทั้งหลาย ทิพยกายย่อมบริบูรณ์หนอ อสุรกายย่อมเสื่อมไป ครั้งนั้นแล ท้าว
สักกะจอมเทพ ทรงทราบความบันเทิงของเทวดาชั้นดาวดึงส์แล้ว จึงทรง
บันเทิงตามด้วยคาถาเหล่านี้ ความว่า
[๑๙๓] ดูก่อนท่านผู้เจริญทั้งหลาย ทวยเทพชั้น
ดาวดึงส์พร้อมกับพระอินทร์ ถวายนมัส-
การพระตถาคตและความที่พระธรรมเป็น
ธรรมดี เห็นทวยเทพใหม่ ๆ มีวรรณะ มี
ยศ ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคตมา
ประชุม ณ สุธรรมาสภานี้ ย่อมบันเทิงหนอ.